thansettakij
thansettakij
เจาะสูตรสำเร็จ ‘Crybaby’ รายได้หมื่นล้าน ดัน Art Toy ไทยผงาดเบอร์ 1 โลก

เจาะสูตรสำเร็จ ‘Crybaby’ รายได้หมื่นล้าน ดัน Art Toy ไทยผงาดเบอร์ 1 โลก

05 พ.ค. 69 | 07:25 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ค. 69 | 07:27 น.

เจาะความสำเร็จ Crybaby ทุบสถิติรายได้หมื่นล้าน หลังโกย 14,064 ล้านบาท ขึ้นแท่น Top 3 ของ Pop Mart พร้อมเปิดกลยุทธ์ดัน IP ไทยผงาดตลาดโลก

KEY

POINTS

  • คาแรคเตอร์ Crybaby โดยศิลปินไทย "มอลลี่" นิสา ศรีคำดี สร้างรายได้ให้ Pop Mart กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตกว่า 150% และติด Top 3 คาแรคเตอร์ที่ทำรายได้สูงสุด
  • ใช้กลยุทธ์ "สองตลาด" (Dual Market Strategy) โดยร่วมมือกับ Pop Mart เจาะตลาดแมส และก่อตั้งสตูดิโอ Molly Factory เพื่อรุกตลาดเฉพาะกลุ่มที่เน้นงานคราฟต์มูลค่าสูง
  • จุดแข็งสำคัญของ Crybaby คือการออกแบบที่ถ่ายทอด "อารมณ์" ทำให้สามารถเข้าถึงและสร้างการมีส่วนร่วมทางความรู้สึกกับผู้บริโภคได้ในหลากหลายวัฒนธรรม
  • ความสำเร็จของ Crybaby ที่มีอเมริกาเหนือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 รองจากจีน สะท้อนศักยภาพของ IP ไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดโลก

กระแสตลาดอาร์ตทอยที่ขยายตัวต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กำลังเปลี่ยนจาก “ตลาดเฉพาะกลุ่ม” สู่ “ตลาดกระแสหลัก” อย่างชัดเจน โดยมีแรงหนุนจากผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และกลุ่มพนักงานออฟฟิศอายุ 15–40 ปี ที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญกับงานดีไซน์และตัวตน

เจาะสูตรสำเร็จ ‘Crybaby’ รายได้หมื่นล้าน ดัน Art Toy ไทยผงาดเบอร์ 1 โลก

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ตลาดอาร์ตทอยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ HTF Market Intelligence ประเมินมูลค่าตลาดโลกปี 2566 อยู่ที่ 8,517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.06 แสนล้านบาท) และมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 4.26% ต่อปี แตะระดับกว่า 10,938 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.94 แสนล้านบาท) ภายในปี 2573 โดยมีเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป เป็นตลาดหลัก

ท่ามกลางการแข่งขัน “Crybaby” กลายเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ IP ที่เติบโตโดดเด่น โดยมี “นิสา ศรีคำดี” หรือ “มอลลี่” ศิลปินไทย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ จุดแข็งอยู่ที่การถ่ายทอด “อารมณ์” ผ่านงานออกแบบ ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคในหลากหลายวัฒนธรรม และสร้างการมีส่วนร่วมทางความรู้สึกได้

เจาะสูตรสำเร็จ ‘Crybaby’ รายได้หมื่นล้าน ดัน Art Toy ไทยผงาดเบอร์ 1 โลก

รายงานผลประกอบการปี 2568 ของ Pop Mart ระบุว่า “Crybaby” ทำรายได้ 2,930 ล้านหยวน หรือราว 14,064 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 150% และติด Top 3 คาแรคเตอร์ที่สร้างรายได้สูงสุด ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี ส่งผลให้ “มอลลี่” เป็นศิลปินไทยรายแรกในสังกัดบริษัท

ขณะเดียวกัน “มอลลี่” เดินเกม “สองตลาด” (Dual Market Strategy) ควบคู่กัน โดยใช้แพลตฟอร์มของ Pop Mart เจาะตลาดแมส และตั้งสตูดิโอ “Molly Factory” เพื่อรุกตลาดเฉพาะกลุ่ม เน้นงานคราฟต์สูง ผลิตจำนวนจำกัด และเพิ่มมูลค่าผ่านการเล่าเรื่อง

ธุรกิจในเครือ Molly Factory มีรายได้เติบโตมากกว่า 200% ในปี 2567 สะท้อนประสิทธิภาพของกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงและขยายฐานลูกค้า

เจาะสูตรสำเร็จ ‘Crybaby’ รายได้หมื่นล้าน ดัน Art Toy ไทยผงาดเบอร์ 1 โลก

อีกด้าน “Crybaby” ยังต่อยอดสู่การสร้าง Ecosystem ผ่านการจับมือแบรนด์ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และสินค้าลิขสิทธิ์ เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้และการเข้าถึงผู้บริโภค

ด้านตลาดต่างประเทศ “อเมริกาเหนือ” ขยับขึ้นเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 รองจากจีน ตอกย้ำศักยภาพ IP ไทยที่สามารถเติบโตในระดับโลก ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่