thansettakij
thansettakij
นักลงทุนผวา POP MART เสี่ยงขาลง หุ้นดิ่ง 30% หวั่น Labubu สิ้นมนต์ขลัง

นักลงทุนผวา POP MART เสี่ยงขาลง หุ้นดิ่ง 30% หวั่น Labubu สิ้นมนต์ขลัง

07 เม.ย. 69 | 09:45 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 69 | 09:59 น.

จับตาอนาคต POP MART หลังหุ้นร่วงหนัก 30% แม้กำไรปี 2568 พุ่งกระฉูด 308.8% แต่นักลงทุนกังวล "Labubu" เสื่อมความนิยม ทำรายได้หลักวูบ หวั่นซ้ำรอยสินค้ากระแสชั่วคราว

KEY

POINTS

  • หุ้น POP MART ร่วงลงกว่า 30% แม้ผลประกอบการจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่ออนาคตของบริษัท
  • ความกังวลหลักเกิดจากการที่รายได้ของบริษัทพึ่งพาสินค้าในซีรีส์ Monsters (รวมถึง Labubu) ในสัดส่วนที่สูงถึง 38.1%
  • นักลงทุนหวั่นว่าบริษัทอาจไม่สามารถสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องได้ หากความนิยมของ Labubu ลดลง

รายงานจาก โมเมนตัม เวิร์คส์ (Momentum Works) ระบุว่า นักลงทุนกำลังเกิดความกังวลอย่างหนักต่ออนาคตของ POP MART ผู้ค้าปลีกของเล่นยักษ์ใหญ่จากจีน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของตุ๊กตา Labubu โดยราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 30% หลังจากมีการประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์หุ้นร่วงในครั้งนี้เกิดขึ้นสวนทางกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างมาก โดย POP MART  มีรายได้เติบโตถึง 184.7% และมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 308.8%

อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักที่บั่นทอนความเชื่อมั่นคือนัยสำคัญของตัวเลขรายได้ ซึ่งพบว่าสินค้าในซีรีส์ Monsters ซึ่งรวมถึง Labubu ทำรายได้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 38.1% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2568

รายงานระบุว่า ข้อกังวลดังกล่าวมีความตรงไปตรงมา คือเมื่อความนิยมของ Labubu เริ่มจางหายไป POP MART จะสามารถสร้างสินค้าที่ประสบความสำเร็จในระดับเดียวกันขึ้นมาเพื่อรักษาแรงส่งของธุรกิจได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงความสำเร็จชั่วคราวที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ซึ่งความกังวลส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าไปที่ฝั่งอุปทาน (Supply-side) ว่าบริษัทจะยังคงความสามารถในการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องได้จริงหรือไม่

นักลงทุนผวา POP MART เสี่ยงขาลง หุ้นดิ่ง 30% หวั่น Labubu สิ้นมนต์ขลัง ในทางกลับกัน หากมองจากฝั่งอุปสงค์ (Demand-side) คำถามสำคัญคือผู้บริโภคจะยังคงแสวงหาคุณค่าทางอารมณ์จากของเล่นตามกระแสในราคาที่จับต้องได้ต่อไปหรือไม่ และความต้องการนั้นจะเติบโต ลดลง หรือเพียงแค่เปลี่ยนทิศทางไปสู่แบรนด์อื่นที่สามารถเข้าถึงและเปลี่ยนกลุ่มผู้บริโภคได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

ทางด้าน หวัง หนิง (Wang Ning) ผู้ก่อตั้ง POP MART  ได้นิยามสถานะของบริษัทในปัจจุบันว่าเปรียบเสมือน "นักแข่งรถมือใหม่ที่ถูกผลักเข้าสู่สนามการแข่งขัน F1 อย่างกะทันหัน" และในขณะนี้จำเป็นต้อง "เข้าจุดพักรถ (Pit stop) เพื่อเติมน้ำมันและเปลี่ยนยาง"

นักลงทุนผวา POP MART เสี่ยงขาลง หุ้นดิ่ง 30% หวั่น Labubu สิ้นมนต์ขลัง

Momentum Works ยังชี้ให้เห็นว่ากรณีของ POP MART  เป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์และผู้ค้าปลีกในปัจจุบัน ท่ามกลางระบบนิเวศที่โซเชียลมีเดีย การค้นพบสินค้า และอีคอมเมิร์ซมีความเกี่ยวพันกันอย่างแนบแน่น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อุปสงค์ถูกหล่อหลอมผ่านคอนเทนต์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ขณะที่การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นจบภายในแพลตฟอร์ม และประสบการณ์ของผู้บริโภคจะถูกตัดสินผ่านการเติมเต็มคำสั่งซื้อ (Fulfilment) ก่อนจะถูกส่งต่อและขยายผลผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การมีผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป และช่องทางการจัดจำหน่ายแบบเดิมอาจกลายเป็นข้อจำกัดในการเติบโตของธุรกิจในอนาคต