
เจาะกลยุทธ์ "อเมอเอเชี่ยนฯ" การแผนดันน้ำหอมไทยบุกตลาดปี 69
อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ฯ เจาะกลยุทธ์ความสำเร็จน้ำหอมไทย เล็งทุ่มงบขยายกำลังผลิตเท่าตัว ผงาดส่งออก 59 ประเทศทั่วโลก ชี้สินค้า Made in Thailandนิยมในยุโรป-อเมริกา
KEY
POINTS
- Amerasian Fragrance Research เตรียมขยายกำลังการผลิต รองรับคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมเครื่องหอมจากยุโรปและอเมริกา พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาเปิดตลาดในไทย
- ใช้เวทีงาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok ปี 2569 เป็นกลยุทธ์สำคัญในการบุกตลาดอาเซียน สร้างเครือข่ายพันธมิตร และเจรจาการค้าในภูมิภาค
- ชูจุดแข็งการเป็นพันธมิตรธุรกิจที่ให้บริการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนากลิ่น การผลิต ไปจนถึงการจัดการซัพพลายเชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
นางสาวอักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด (Amerasian Fragrance Research Ltd.) กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมน้ำหอมและผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก มีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีระหว่างประเทศ ดังนั้น การยืนหยัดแข่งขันในตลาดเครื่องหอมระดับสากลและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนากลิ่น จัดหาวัตถุดิบ การผลิต ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าปลายทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ
Amerasian Fragrance Research จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตน้ำหอม แต่ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแนวคิดแบรนด์ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าในทุกขั้นตอน เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
ปัจจุบันองค์กรมีเครือข่ายธุรกิจรวม 5 บริษัท ที่ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มจากบริษัทศูนย์กลางด้านการพัฒนาน้ำหอม ซึ่งมีทีมนักปรุงกลิ่นจากสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และไทย ร่วมสร้างสรรค์กลิ่นเฉพาะตัว ต่อด้วยบริษัทผู้พัฒนาพลาสติกผสมกลิ่นหอมและผลิตชิ้นงานตามแบบในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นทั้งฐานพัฒนากลิ่นและแหล่งจัดหาวัตถุดิบสำคัญจากทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังนำเข้าเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวจากอิตาลี เพื่อยกระดับความสะอาดและความปลอดภัยในการใช้งาน ขณะเดียวกันมีบริษัทด้านบริหารจัดการซัพพลายเชนและควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ทุกกระบวนการเป็นไปตามมาตรฐานสากล
นางสาวอักษรศิลป์ กล่าวว่า บริษัทส่งออกสินค้าไปแล้วมากกว่า 59 ประเทศทั่วโลก มีฐานลูกค้าหลักในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง สามารถสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่อง ในปี 2567 ขยายตัว 30–40% ด้วยหัวใจสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพหรือบริษัทข้ามชาติ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ อัตลักษณ์ของแต่ละแบรนด์อย่างแท้จริง
แนวคิดดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกผลิตภัณฑ์จะได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เส้นทางการเติบโตขององค์กรจึงสะท้อนแนวคิด “เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส” ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยรายได้กว่า 90% มาจากการรับจ้างผลิต (OEM) ให้แบรนด์ต่าง ๆ กลุ่มสินค้าหลักประกอบด้วย หัวน้ำหอมสำหรับเครื่องสำอางและน้ำหอมระดับพรีเมียม ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศสำหรับบ้าน อาคาร โรงแรม สนามบิน ฯลฯตลอดจนสินค้าในกลุ่มความงามและดูแลผิว โดยไม่ครอบคลุมกลุ่มอาหารและยา
แนวโน้มสำคัญของตลาดเครื่องหอมโลก ตอนนี้ลูกค้ายุโรปให้ความสนใจสินค้า “Made in Thailand” เพิ่มขึ้น ความนิยมสินค้าแนวธรรมชาติ เช่น เทียนจากขี้ผึ้งแทนพาราฟิน และส่วนผสมจากสมุนไพรเอเชีย ตลอดจนการนำกลิ่นระดับพรีเมียมไปต่อยอดในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น แชมพู โลชั่น และผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ เพื่อสร้างความแตกต่างให้แบรนด์
ดังนั้น แผนงานในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า บริษัทจึงเตรียมขยายกำลังการผลิตเป็นสองเท่า เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากยุโรปและอเมริกา พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากตลาดตะวันตก ข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการปรับปรุงพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพื่อรองรับสายการผลิตใหม่
นอกจากนี้ บริษัทยังจะใช้เวที งาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายตลาดอาเซียน เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค และเปิดโอกาสเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศ CLMV และประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย







