รู้จัก ‘รื่นรมย์’ เครื่องหอมแบรนด์ไทย ทำไมถึงโผล่บนโต๊ะแม่ ‘อีลอน มัสก์’

20 ม.ค. 2569 | 05:31 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ม.ค. 2569 | 05:45 น.

เครื่องหอมไทยไปไกล รู้จัก ‘รื่นรมย์’ จากแบรนด์ท้องถิ่น สู่โต๊ะรับแขกบ้านแม่อีลอน มัสก์ กลิ่นที่ขายได้มากกว่าความหอมแปลงทุนวัฒนธรรมไทยให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • เครื่องหอมแบรนด์ไทย "รื่นรมย์" กลายเป็นที่รู้จักในระดับโลก หลังจากปรากฏในภาพถ่ายบนโต๊ะของ เมย์ มัสก์ แม่ของอีลอน มัสก์
  • แบรนด์มีจุดเด่นในการนำเสนอเรื่องราวและวัฒนธรรมไทยผ่านชื่อกลิ่น เช่น กลิ่นสุขุมวิท กลิ่นราชบุรี หรือกลิ่นเทศกาลยี่เป็ง
  • การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่ายและทันสมัย ทำให้สินค้าสามารถกลมกลืนกับแบรนด์สากล และเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น

‘ประตู’ ของแบรนด์ไทยถูกเปิดอ้าสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง หลังจาก ‘เมย์ มัสก์’ หญิงวัย 77 ผู้เป็นทั้งนางแบบ นักโภชนาการ และเป็นแม่ของ ‘อีลอน มัสก์’ ซีอีโอ Tesla ได้โพสต์รูปภาพบนอินสติแกรมล่าสุดเคียงคู่ เครื่องหอมดีไซน์มินิมอลซึ่งถูกจัดวางอย่างเรียบหรูอยู่บนโต๊ะ โดยเมื่อซูมเข้าไปใกล้ ๆ จะเห็นชื่อแบรนด์ไทยชัดเจน นั่นคือ “รื่นรมย์” (REUNROM) หนึ่งในเครื่องหอมแบรนด์ไทย ที่มีดีไซน์ระดับสากล

ภาพของแม่ซีอีโอ Tesla กับผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยที่เผยสู่สาธารณะในครั้งนี้ ส่งผลให้ชื่อของ “รื่นรมย์” ถูกพูดถึงในวงกว้างอย่างไม่ตั้งใจ เพราะบางครั้งโอกาสของแบรนด์ไม่ได้มาในรูปแบบแคมเปญโฆษณาราคาแพง หรือพรีเซนเตอร์ระดับโลก

หากแต่อาจมาเงียบ ๆ ผ่านภาพถ่ายเพียงหนึ่งภาพบนโซเชียลมีเดียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญของสินค้าไทยที่หลุดเข้าไปอยู่ในบ้านคนดัง แต่สะท้อนภาพใหญ่ของธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย ที่เริ่มขยับจาก “ของฝากนักท่องเที่ยว” สู่ “ของใช้ในบ้านระดับโลก”

พร้อมทั้งเปิดโอกาสของสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากประเทศไทยที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลกในระดับพรีเมียม 

ธุรกิจเครื่องหอมที่เริ่มจากคำถามง่ายๆ ทำไมของไทยถึงยังไม่มีที่ยืนในตลาดกลาง-พรีเมียม

หากย้อนกลับไปเกือบทศวรรษก่อน ตลาดเครื่องหอมในไทยถูกแบ่งชัดเจนระหว่างสินค้าแมสราคาประหยัด กับแบรนด์นำเข้าราคาสูงช่องว่างตรงกลาง สินค้าที่ดูดี มีเรื่องราว และราคาเอื้อมถึง แทบไม่มีใครลงมาเล่นจริงจังนี่คือโจทย์ที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ของ Karmarts มองเห็น

จากบริษัทที่เติบโตจากการนำเข้าเครื่องสำอางต่างชาติ Karmarts เริ่มตั้งคำถามกลับไปที่ต้นทางว่า “ถ้าคนต่างชาติชอบสปาไทย ชอบกลิ่นไทย แล้วทำไมแบรนด์ไทยยังไม่ถูกเลือก” คำถามนั้นกลายเป็นจุดเริ่มของ “รื่นรมย์” แบรนด์ที่ไม่ได้ตั้งใจขายกลิ่นเพียงอย่างเดียว แต่ขาย “อารมณ์” และ “ประสบการณ์”

 

รู้จัก ‘รื่นรมย์’ เครื่องหอมแบรนด์ไทย ทำไมถึงโผล่บนโต๊ะแม่ ‘อีลอน มัสก์’

 

เมื่อกลิ่น กลายเป็นภาษาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

สิ่งที่ทำให้รื่นรมย์แตกต่าง ไม่ใช่แค่สูตรน้ำหอม แต่คือวิธีคิดแบบแบรนด์ดิ้งแทนที่จะตั้งชื่อกลิ่นให้เข้าใจยาก รื่นรมย์เลือกใช้ “พื้นที่” และ “วัฒนธรรม” เป็นภาษาสื่อสารกลิ่นหนึ่งอาจพาคุณไปย่านธุรกิจใจกลางเมืองอีกกลิ่นหนึ่งอาจพาคุณออกจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติบางกลิ่นไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นช่วงเวลาของเทศกาลไทยที่คุ้นเคย

ทั้งหมดนี้คือการแปลง “ทุนวัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “มูลค่าเชิงพาณิชย์” อย่างแยบยล เช่น "กลิ่นสุขุมวิท" กลิ่นบรรยากาศหรูหรา "กลิ่นราชบุรี" กลิ่นซิกเนเจอร์ที่สดชื่นด้วยความหอมของไร่องุ่นฟรุตตี้ รวมถึงกลิ่นที่ฉายภาพวัฒนธรรมตั้งแต่ “ยี่เป็ง” ไปจนถึง “ไหลเรือไฟ” 

ดีไซน์ที่ไม่ตะโกนว่าไทย แต่คนรู้ว่าไทย

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้รื่นรมย์เข้าไปอยู่ในบ้านของคนทั่วโลกได้ คือ “หน้าตาแบรนด์”บรรจุภัณฑ์ของรื่นรมย์เลือกความเรียบ เทา ขาว เส้นสายสะอาดไม่ใช้ลวดลายไทยแบบตรงตัว แต่ซ่อนกลิ่นอายไว้ในเรื่องเล่าผลลัพธ์คือสินค้าไทยที่สามารถวางบนชั้นเดียวกับแบรนด์ยุโรปได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยกและนี่คือเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์ของรื่นรมย์สามารถกลมกลืนอยู่ในบ้านของเมย์ มัสก์ บ้านที่เต็มไปด้วยงานดีไซน์ระดับสากลจากเครื่องหอม สู่ระบบนิเวศไลฟ์สไตล์

 

รู้จัก ‘รื่นรมย์’ เครื่องหอมแบรนด์ไทย ทำไมถึงโผล่บนโต๊ะแม่ ‘อีลอน มัสก์’

 

ปัจจุบันแบรนด์รื่นรมย์บริหารงานโดย เก๋-ชลธิดา ทีฆคีรีกุล โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ Room Diffuser หรือน้ำหอมแต่ขยายพอร์ตไปสู่สินค้าแต่งบ้าน อโรมา นวัตกรรมเครื่องพ่นกลิ่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ไปจนถึงคาเฟ่ทั้งหมดสะท้อนทิศทางเดียวกัน คือการสร้างแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง

นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์มีรายได้หลากหลาย ลดการพึ่งพาสินค้าชนิดเดียว และขยายฐานลูกค้าได้ทั้งในและต่างประเทศ