thansettakij
thansettakij
เจาะขุมทรัพย์ ‘ปลากระป๋อง’ ยุคของแพง ตลาดพุ่ง 7 หมื่นล้าน บิ๊กแบรนด์แห่ปรับทัพ

เจาะขุมทรัพย์ ‘ปลากระป๋อง’ ยุคของแพง ตลาดพุ่ง 7 หมื่นล้าน บิ๊กแบรนด์แห่ปรับทัพ

13 เม.ย. 69 | 01:20 น.
อัปเดตล่าสุด :13 เม.ย. 69 | 01:23 น.

ส่องกลยุทธ์ TU-CH-สามแม่ครัว ทลายกำแพงต้นทุนพุ่ง รับเทรนด์ “ความมั่นคงทางอาหาร” ดันตลาดโตต่อเนื่อง คาดปี 76 มูลค่าแตะ 7 หมื่นล้านบาท หลังผู้บริโภคทั่วโลกแห่ซบสินค้าคุ้มค่า-โภชนาการสูง ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน

KEY

POINTS

  • ตลาดปลากระป๋องในไทยมีแนวโน้มเติบโตสูง คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าแตะ 7.2 หมื่นล้านบาทภายในปี 2576 เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ยุคข้าวยากหมากแพง
  • ในยุคที่ค่าครองชีพสูง ปลากระป๋องได้เปลี่ยนสถานะจากอาหารสะดวกซื้อเป็น "อาหารจำเป็น" เพราะผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่า คุณค่าทางโภชนาการ และการเก็บรักษาได้นาน
  • ผู้ผลิตแบรนด์ใหญ่ต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น การบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด การยกระดับคุณภาพ และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค

ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง จากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ค่าเงินผันผวน และต้นทุนการดำรงชีพที่ทยอยปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง “ปลากระป๋อง” กลับสะท้อนภาพของสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังคงเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ

ด้วยจุดแข็งด้าน “ราคา-ความคุ้มค่า-โภชนาการ-การเก็บรักษา” ทำให้ปลากระป๋องขยับบทบาทจากสินค้าเพื่อความสะดวก สู่การเป็น “อาหารจำเป็น” ในยุคที่ผู้บริโภคต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมมากขึ้น

ข้อมูลจาก Grand View Research ประเมินว่า ตลาดอาหารทะเลกระป๋องในไทยมีแนวโน้มแตะ 2,012.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (72,450 ล้านบาท) ภายในปี 2576 เติบโตเฉลี่ย (CAGR) 3.3% ในช่วงปี 2569–2576 โดย “กลุ่มปลา” เป็นเซ็กเมนต์หลักที่สร้างกำไรสูงและเติบโตเร็ว ขณะที่ปี 2568 ไทยมีส่วนแบ่ง 4.1% ของตลาดโลก สะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมในเวทีสากล

ในมุมผู้ประกอบการ บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH เจ้าของแบรนด์ “SUMACO” ที่ส่งออกกว่า 30 ประเทศ ยังคงเดินเกมด้วยการยกระดับคุณภาพสินค้า ควบคู่บริหารต้นทุนอย่างเข้มข้น เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขัน ท่ามกลางแรงกดดันจากวัตถุดิบ พลังงาน และโลจิสติกส์ พร้อมปรับพอร์ตสินค้าและช่องทางจำหน่ายให้ยืดหยุ่น รองรับดีมานด์ที่เปลี่ยนเร็ว

ด้าน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เจ้าของแบรนด์ “SEALECT” ปรับกลยุทธ์สู่ความคล่องตัว ลดความซับซ้อนองค์กร และเร่งสปีดการตัดสินใจ ภายใต้แนวคิด “Smart Protein for All” เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนแผนความยั่งยืนที่เน้นสมดุลทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เจาะขุมทรัพย์ ‘ปลากระป๋อง’ ยุคของแพง ตลาดพุ่ง 7 หมื่นล้าน บิ๊กแบรนด์แห่ปรับทัพ

ขณะที่ผู้เล่นในประเทศอย่าง “สามแม่ครัว” ภายใต้ บริษัท รอแยลฟู้ดส์ จำกัด ยังคงรักษาฐานตลาดผ่านการเข้าถึงผู้บริโภควงกว้าง และวินัยด้านต้นทุน เพื่อคงระดับราคาที่เหมาะสม โดยให้น้ำหนักกับ “ความเชื่อมั่นระยะยาว” มากกว่าการเร่งทำกำไรในระยะสั้น

ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อในช่วงปี 2569–2571 อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานและตลาดส่งออก โดยเฉพาะค่าเงินบาทผันผวน ต้นทุนวัตถุดิบ และค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับ “กระแสเงินสด วินัยต้นทุน และความยืดหยุ่น” มากขึ้น

เจาะขุมทรัพย์ ‘ปลากระป๋อง’ ยุคของแพง ตลาดพุ่ง 7 หมื่นล้าน บิ๊กแบรนด์แห่ปรับทัพ

อย่างไรก็ดี ปัจจัยหนุนสำคัญของตลาดไม่ได้อยู่แค่ “ราคาที่เข้าถึงได้” แต่คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางอาหาร” มากขึ้นในภาวะไม่แน่นอน การเลือกอาหารที่เก็บได้นานและมีคุณค่าทางโภชนาการ จึงกลายเป็นโจทย์หลักทั้งในมิติการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจครัวเรือน

เจาะขุมทรัพย์ ‘ปลากระป๋อง’ ยุคของแพง ตลาดพุ่ง 7 หมื่นล้าน บิ๊กแบรนด์แห่ปรับทัพ

ในภาพรวม อุตสาหกรรมปลากระป๋องกำลังสะท้อนบทเรียนสำคัญของธุรกิจยุคผันผวน—ไม่ใช่แค่การ “คุมต้นทุน” แต่ต้อง “รักษาคุณภาพ-ปรับตัวเร็ว-มองหาโอกาสใหม่” ควบคู่กันไป ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาว

และในวันที่กำลังซื้อยังเปราะบาง “อาหารที่ตอบโจทย์ทั้งความอิ่มและความคุ้มค่า” อย่างปลากระป๋อง จึงยังคงเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีศักยภาพเติบโตได้ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ