thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' ยันไม่ขึ้นราคาสินค้า สั่งคุมเข้ม 8 หมวดหลัก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง

'ศุภจี' ยันไม่ขึ้นราคาสินค้า สั่งคุมเข้ม 8 หมวดหลัก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง

17 มี.ค. 2569 | 11:59 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มี.ค. 2569 | 12:11 น.

'ศุภจี' รมว.พาณิชย์ยันไร้เหตุปรับขึ้นราคาสินค้า "ศุภจี" สั่งคุมเข้ม 8 หมวดหลัก พร้อมอัดโปรเจกต์ลดค่าครองชีพ

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ยืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากต้นทุนขนส่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากการตรึงราคาดีเซล
  • สั่งควบคุมราคาสินค้า 8 หมวดหลักอย่างเข้มงวด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และปุ๋ยเคมี โดยห้ามขึ้นราคาโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • มีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการ "ธงฟ้า" และเตรียมช่วยลดต้นทุนปุ๋ยให้เกษตรกรหากราคาพุ่งสูงขึ้น
  • สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า และเปิดสายด่วน 1569 ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการฉวยโอกาสขึ้นราคา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงพาณิชย์ตระหนักถึงความกังวลของประชาชนและผู้ประกอบการจากสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยังคงตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร (โดยจะปรับขึ้นเพียง 50 สตางค์ในวันพรุ่งนี้) ต้นทุนการขนส่งและการผลิตจึงยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ส่งผลให้ ณ ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแต่อย่างใด

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแลราคาสินค้าอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะสินค้าควบคุม 8 หมวดที่ห้ามขึ้นราคาโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอยื่นปรับราคา

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าที่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนปรับราคา เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน และกลุ่มที่ต้องติดตามใกล้ชิด เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส โดยทางกระทรวงฯ กำลังเตรียมทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็นในการพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมที่จำเป็นเพิ่มเติมในภาวะวิกฤตนี้

 

ขณะเดียวกัน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่เตรียมกระจายสินค้าราคาพิเศษผ่านผู้ค้าส่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ และจัดทำโครงการ "ธงฟ้า" เพื่อจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดลงสู่พื้นที่เปราะบางโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการดังกล่าวไปกระทบต่อยอดขายของผู้ค้าปลีกรายย่อยในท้องถิ่น

ส่วนมาตรการลดต้นทุนภาคเกษตร โดยเฉพาะปัญหา "ปุ๋ยเคมี" ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางนั้น นางศุภจี ยืนยันว่าไทยมีสต๊อกปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม และหากการขนส่งที่ติดขัดสามารถนำเข้ามาได้ จะมีสต๊อกยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคม 

พร้อมกันนี้ได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศหาแหล่งนำเข้าใหม่ทดแทน เช่น มาเลเซียและบรูไน หากราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลเตรียมฟื้นโครงการธงเขียวเพื่อช่วยอุดหนุนราคาปุ๋ยให้เกษตรกรกระสอบละ 200 บาท หรือสูงสุด 1,000 บาท และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า 

 

นอกจากนี้ กรณีความกังวลเรื่องการขาดแคลนเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ล่าสุดได้เจรจากับผู้ผลิตจนมั่นใจว่ามีวัตถุดิบเพียงพอผลิตต่อได้อีกอย่างน้อย 4 เดือน

"กระทรวงฯ ได้สั่งการให้คณะกรรมการส่วนจังหวัด (กจร.) ซึ่งนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอย่างเข้มงวด ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการฉวยโอกาสขึ้นราคา แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569

โดยขอให้เก็บหลักฐานการซื้อขายจริงในราคาที่แพงเกินกำหนดไว้ด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำไปใช้ดำเนินคดีทางอาญาและเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดได้ทันทีอย่างเด็ดขาด"