thansettakij
thansettakij
ไม่ไหวบอกไหว “โทฟุซัง” ซัพพลายเออร์ไร้เม็ดพลาสติก ต้นทุนพุ่ง 40% ยันตรึงราคาขาย

ไม่ไหวบอกไหว “โทฟุซัง” ซัพพลายเออร์ไร้เม็ดพลาสติก ต้นทุนพุ่ง 40% ยันตรึงราคาขาย

02 เม.ย. 69 | 09:36 น.
อัปเดตล่าสุด :02 เม.ย. 69 | 10:20 น.

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ โทฟุซัง น้ำเต้าหู้บรรจุขวดแบรนด์ดัง เผยวิกฤตซ่อนวิกฤตหลังสงคราม กระทบหนักถึงบรรจุภัณฑ์และเม็ดพลาสติก แม้สั่งซื้อไว้ล่วงหน้า 3-4 เดือน แต่ยังถูกคู่ค้าขอเปิดออเดอร์ใหม่ในราคาสูงขึ้น 40% ขณะที่โทฟุซังยืนยันยังไม่ขึ้นราคาสินค้า

KEY

POINTS

  • โทฟุซังเผชิญปัญหาต้นทุนบรรจุภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก หลังซัพพลายเออร์ขาดแคลนเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตขวด
  • ซัพพลายเออร์บางรายบีบให้บริษัทต้องยกเลิกคำสั่งซื้อเดิม และเปิดคำสั่งซื้อใหม่ในราคาที่สูงขึ้นถึง 40% จึงจะสามารถจัดส่งสินค้าได้
  • แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นมาก แต่บริษัทยืนยันว่าจะยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเลือกแบกรับภาระและยอมลดกำไรเพื่อตรึงราคาให้นานที่สุด

แบรนด์น้ำเต้าหู้บรรจุขวด “โทฟุซัง” ที่มีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ กำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนครั้งใหญ่ หลังผลกระทบจากสงครามเริ่มลุกลามจากราคาน้ำมัน ไปสู่ปัญหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ในระบบซัพพลายเชน

นายสุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Tofusan เจ้าของแบรนด์น้ำเต้าหู้บรรจุขวด “โทฟุซัง” และ Sunshine Dairy โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฝั่งบรรจุภัณฑ์ แม้บริษัทจะเปิดใบสั่งซื้อ (PO) ล่วงหน้าไว้ 3-4 เดือนก่อนเกิดสงครามแล้วก็ตาม

โดยเล่าว่า สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าราคาน้ำมัน คือการที่ “Safety Stock” หรือสต๊อกวัตถุดิบสำรองของหลายอุตสาหกรรมกำลังจะหมดลง หลังภาคธุรกิจใช้วัตถุดิบที่สั่งซื้อล่วงหน้าไว้ก่อนเกิดสงครามมาต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา

สำหรับธุรกิจของโทฟุซัง ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นแล้วในฝั่งบรรจุภัณฑ์ โดยซัพพลายเออร์บางรายแจ้งว่าไม่สามารถส่งสินค้าได้ เนื่องจากไม่มีเม็ดพลาสติกเพียงพอสำหรับการผลิตขวดและบรรจุภัณฑ์ซึ่งผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์หลายรายคาดการณ์ว่าราคาเม็ดพลาสติกจะปรับลดลง

 

นายสุรนาม พานิชการ

 

จึงไม่ได้เร่งสั่งซื้อวัตถุดิบสำรองไว้ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ราคาพลาสติกกลับพุ่งขึ้นทันที ส่งผลให้วัตถุดิบขาดแคลน และผู้ประกอบการปลายทางต้องรับภาระต้นทุนแทนโดยซัพพลายเออร์บางรายเสนอให้บริษัท “ยกเลิก PO เดิม” และเปิดออเดอร์ใหม่ในราคาที่สูงขึ้นถึง 40% จึงจะสามารถส่งสินค้าได้

“แทบไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการถูกบีบ”

พร้อมอธิบายว่า ธุรกิจไม่สามารถเปลี่ยนผู้ผลิตได้ทันที เนื่องจากยังติดข้อจำกัดเรื่องแม่พิมพ์ ฉลาก และระบบการผลิตที่ผูกอยู่กับโรงงานเดิม ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนหากจะย้ายฐานการผลิต

แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในส่วนของบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง และวัตถุดิบอื่น ๆ แต่ สุรนาม พานิชการ ยืนยันว่า โทฟุซัง และ Sunshine Dairy ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าในขณะนี้ โดยบริษัทเลือกใช้วิธีบริหารต้นทุนภายในและยอมรับกำไรที่ลดลง เพื่อพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด

อย่างไรก็ตามมองว่าหากผู้ประกอบการจำนวนมากเร่งผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคพร้อมกัน อาจทำให้เกิด “panic effect” หรือแรงกระเพื่อมด้านราคาที่ลุกลามไปทั้งระบบเศรษฐกิจ และกระทบค่าครองชีพในวงกว้าง