
ทุ่ม 1,300 ล้าน โมดิฟาย 'เดอะมอลล์ รามคำแหง' สู่ฮับวินเทจ ดีเดย์เปิด พ.ค. 69
ปลุกกระแสสินค้าวินเทจ เดอะมอลล์ กรุ๊ป รีโนเวทใหญ่ เดอะมอลล์ รามคำแหงในรอบ 43 ปี เปลี่ยนห้างเก่าให้มีชีวิตใหม่ สู่ ‘1981 Soul & Sold’ ดับเป็นฮับสินค้าวินเทจ ผ่านแนวคิด Newstalgia ผสานรีเทล-วัฒนธรรม-คอมมูนิตี้
KEY
POINTS
- เดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุ่มงบ 1,300 ล้านบาท พลิกโฉมเดอะมอลล์ รามคำแหง เป็นโปรเจกต์ใหม่ "1981 Soul & Sold" มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2569
- ชูคอนเซ็ปต์ "Newstalgia" โดยนำจิตวิญญาณและกลิ่นอายของยุค 80 มาตีความใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
- มุ่งสร้างเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานรีเทล วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีไฮไลต์คือร้านค้าแนววินเทจ-รีเซล โซนอาหาร และสตูดิโอสำหรับจัดกิจกรรม
ภาพของ เดอะมอลล์ รามคำแหง ที่หลายคนคุ้นเคย กำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังเดอะมอลล์ กรุ๊ป ตัดสินใจทุ่มงบกว่า 1,300 ล้านบาท รีโนเวทครั้งใหญ่ในรอบกว่า 4 ทศวรรษ ปั้นพื้นที่เดิมให้กลายเป็น “1981 Soul & Sold” โปรเจกต์ใหม่ที่ตั้งใจปลุกชีวิตและความทรงจำของยุค 80 ให้กลับมาในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมเตรียมเปิดให้บริการใน เดือนพฤษภาคม 2569
จากศูนย์การค้าชานเมืองแห่งแรกที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2526 และเคยเป็นเหมือน “Mini Kingdom” ของย่านรามคำแหง วันนี้กำลังถูกเล่าเรื่องใหม่ ไม่ใช่แค่ในฐานะห้างสรรพสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่รวมทั้งรีเทล วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกัน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรีโนเวทอาคาร แต่เป็นการ “รีโพสิชัน” ทรัพย์สินครั้งสำคัญ เพื่อให้พื้นที่กลับมามีบทบาทในชีวิตคนเมืองอีกครั้ง โดยเปิดกว้างให้พาร์ตเนอร์และครีเอเตอร์เข้ามาร่วมสร้างสีสันใหม่ ๆ
หัวใจของโปรเจกต์คือคำว่า “Newstalgia” หรือการหยิบเอาจิตวิญญาณของอดีต—โดยเฉพาะยุค 1980—มาตีความใหม่ ไม่ใช่แค่ความคิดถึง แต่เป็นการเอากลิ่นอายเก่า ๆ มาผสมกับไลฟ์สไตล์วันนี้ ให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
พื้นที่ทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็นเหมือน ecosystem เล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ผ่านร้านค้า งานศิลปะ ดนตรี และเรื่องเล่าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โซนแฟชั่น ร้านของสะสม ไปจนถึงงานคราฟต์และคาเฟ่
หนึ่งในไฮไลต์คือกลุ่มร้านแนว Consignment และมัลติแบรนด์ ที่สะท้อนเทรนด์ “วินเทจ-รีเซล” ที่กำลังมาแรง รวมถึงร้านสไตล์ Heritage และ Workwear ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาความเป็นตัวเองผ่านการแต่งตัว
ขณะเดียวกัน โซนอาหารก็ถูกวางให้เป็นอีกแม่เหล็กสำคัญ มีร้านตอบรับแล้วกว่า 60 ร้าน ทั้งแบรนด์ดังและร้านท้องถิ่น เพื่อเติมเต็มให้ที่นี่เป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นจุดนัดพบของผู้คน อีกมุมหนึ่งของโครงการคือ “1981 Studio” พื้นที่สำหรับ Live session การสัมภาษณ์ และการเล่าเรื่องของร้านค้าและชุมชน ที่จะช่วยให้พื้นที่นี้มีชีวิต ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นแพลตฟอร์มของเรื่องราว
บนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถ 1,300 คัน โครงการนี้จึงไม่ได้แค่รีโนเวทห้างเก่า แต่กำลังพยายามตั้งคำถามใหม่ว่า “ศูนย์การค้าในยุคนี้ควรเป็นอะไร” และสำหรับเดอะมอลล์ กรุ๊ป นี่อาจไม่ใช่แค่การพัฒนาโครงการหนึ่ง แต่คืออีกก้าวของการปรับตัว จากธุรกิจรีเทลแบบเดิม ไปสู่พื้นที่ที่คนอยากมา “ใช้เวลา” มากกว่ามาแค่ “ใช้เงิน”






