
ยักษ์ยูนิลีเวอร์ ต้นทุนพุ่ง แรงกดดันตะวันออกกลาง ส่งสัญญาณปรับราคาสินค้า เม.ย.นี้
ยูนิลีเวอร์เตือนต้นทุนพุ่ง รับแรงกดดัน ความไม่สงบตะวันออกกลางดันต้นทุนวัตถุดิบ-ขนส่งสูงขึ้น ยูนิลีเวอร์เร่งผลิต-เพิ่มสต็อก แนะคู่ค้าบริหารสินค้ารับความเสี่ยงก่อนราคาขยับ เม.ย.นี้
KEY
POINTS
- ยูนิลีเวอร์เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
- บริษัทแจ้งเตือนคู่ค้าว่าอาจมีความจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าขึ้นในเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป
- บริษัทได้เร่งการผลิตและแนะนำให้ร้านค้าพันธมิตรวางแผนสำรองสต็อกสินค้าล่วงหน้าภายในเดือนมีนาคม
- ยูนิลีเวอร์เตรียมออกมาตรการส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค
กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่อนหนังสือแจ้งเตือนคู่ค้ารับมือแรงกดดันต้นทุนการผลิต หลังสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังยืดเยื้อและไม่สามารถประเมินระยะเวลาสิ้นสุดได้
ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น กระทบต้นทุนสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป
แถลงการณ์ลงวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยนายอาซีม ปุริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ระบุว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว
บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ขณะที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าผลกระทบจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
เพื่อรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้น บริษัทได้เร่งการผลิตสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ และเพิ่มระดับ Safety Stock ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 เพื่อให้คู่ค้าสามารถวางแผนบริหารสต็อก และจัดเก็บสินค้าเพิ่มเติมได้ล่วงหน้า ก่อนที่ต้นทุนสินค้าอาจมีการปรับเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายนนี้
ทั้งนี้ บริษัทได้แจ้งไปยังเจ้าของร้านค้าและผู้จัดการ ให้พิจารณาจัดเก็บสินค้าเพิ่มเติมตามความเหมาะสม พร้อมประสานงานกับตัวแทนฝ่ายขายเพื่อวางแผนการจัดการสต็อกร่วมกัน โดยบริษัทน้อมรับการติดต่อกลับจากคู่ค้าเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงตระหนักถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค และเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเพิ่มเติมในระยะต่อไป เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ท่ามกลางแรงกดดันต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าว











