
‘BOI’ เตือนธุรกิจรับมือระเบียบโลกใหม่ สงครามดันต้นทุนพลังงาน-โลจิสติกส์สูง
‘BOI’ เตือนธุรกิจรับมือระเบียบโลกใหม่ สงครามดันต้นทุนพลังงาน และโลจิสติกส์สูงเพิ่มขึ้น วัตถุดิบเสี่ยงขาดแคลน
KEY
POINTS
- บีโอไอ (BOI) เตือนภาคธุรกิจให้เตรียมรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งและสงครามทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่
- สถานการณ์สงครามส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าโลจิสติกส์
- ภาคธุรกิจยังต้องเผชิญความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ที่วัตถุดิบบางประเภทอาจเกิดภาวะขาดแคลนหรือมีราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในหลายภูมิภาคของโลกที่ทวีความตึงเครียดในปัจจุบันว่า กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในด้านต้นทุนการดำเนินธุรกิจและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก
ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสามารถเห็นได้ชัด 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ต้นทุนการทำธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันยังเริ่มปรากฏสัญญาณว่า วัตถุดิบบางประเภทอาจเผชิญภาวะขาดแคลน หรือมีราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจและภาคการผลิตทั่วโลก
“สถานการณ์สงครามกระทบธุรกิจอยู่ 2 เรื่องสำคัญ คือ ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น กับความเสี่ยงที่วัตถุดิบบางประเภทจะเริ่มขาดแคลนหรือราคาพุ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมแผนรับมือ”
อย่างไรก็ดี ในมิติของการลงทุน มองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ระยะสั้น แต่เป็นผลต่อเนื่องจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่สะสมมาอย่างยาวนาน และกำลังนำไปสู่การปรับตัวของระเบียบเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
“ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบโลกใหม่ และจะอยู่กับระบบเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการลงทุนไปอีกยาว”











