
อั้นไว้! เม็ดพลาสติก–พลังงานพุ่ง ‘ไวไว’ ขอดูสถานการณ์ก่อนถกขึ้นราคา
ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่า 28,000 ล้านบาท เผชิญแรงกดดันต้นทุนใหม่จากราคาน้ำมันและปิโตรเคมี “ไวไว” ชี้เม็ดพลาสติกเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แม้ยังมีสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจต้องหารือปรับโครงสร้างราคาในช่วงเดือนกรกฎาคม
KEY
POINTS
- ต้นทุนการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากราคาเม็ดพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์และราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์โลก
- ผู้ผลิต "ไวไว" ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ในระยะสั้น เนื่องจากมีสต็อกวัตถุดิบที่ทำสัญญาซื้อล่วงหน้าไว้ แต่จะขอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- หากต้นทุนยังคงสูงต่อเนื่อง อุตสาหกรรมอาจต้องหารือเพื่อปรับโครงสร้างราคาในเดือนกรกฎาคม แต่การขึ้นราคาต้องได้รับการอนุมัติจากกรมการค้าภายใน
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ของอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทย มูลค่าตลาดราว 28,000 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นทุนบรรจุภัณฑ์จากเม็ดพลาสติกที่ผูกกับราคาน้ำมันโลก
นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “ไวไว” เปิดเผยว่า ปัจจัยต้นทุนที่ผู้ประกอบการกังวลในขณะนี้คือราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากราคามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันและเคมีภัณฑ์ในตลาดโลก ขณะเดียวกันต้นทุนพลังงาน เช่น ถ่านหิน รวมถึงค่าขนส่งสินค้า ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นบริษัทประเมินว่ายังสามารถบริหารต้นทุนได้ เนื่องจากมีการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้ากับซัพพลายเออร์ในรูปแบบราคาคงที่ (Fixed Price) ทำให้มีสต๊อกวัตถุดิบรองรับการผลิตประมาณ 3–6 เดือน จึงคาดว่าจะยังไม่เห็นผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนในทันที
“หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะต้นทุนหลายส่วนผูกกับราคาพลังงาน โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” นายยศสรัล กล่าว
ทั้งนี้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นสินค้าควบคุมราคา การปรับขึ้นราคาจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ไม่สามารถปรับราคาได้เองตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องติดตามสถานการณ์ต้นทุนเป็นรายสัปดาห์
บริษัทระบุว่า หากสถานการณ์ต้นทุนยังคงปรับตัวสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากราคาพลังงานและเม็ดพลาสติก อุตสาหกรรมอาจต้องมีการหารือร่วมกันในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อประเมินความจำเป็นในการปรับโครงสร้างราคา เนื่องจากหากต้นทุนการผลิตสูงเกินระดับราคาขายปลีกที่กำหนด ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถแบกรับภาระได้ในระยะยาว
ปัจจุบันตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านบาท และมีการบริโภคเฉลี่ยราว 50 ซองต่อคนต่อปี โดยตลาดเริ่มมีลักษณะอิ่มตัว ทำให้ผู้ผลิตหันมาใช้กลยุทธ์ออกสินค้าใหม่และพัฒนากลุ่มสินค้าพรีเมียมเพื่อกระตุ้นการเติบโต
ล่าสุด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด จัดงานฉลองครบรอบ 54 ปีของแบรนด์ “ไวไว” ภายใต้แนวคิด “ทุกวัยมีไวไว” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มพรีเมียม “WaiWai WOW” จำนวน 3 รสชาติ ได้แก่ รสกระดูกหมูพริกไทยดำ รสหมูผัดยี่หร่า และรสไก่กรอบซอสเผ็ด เพื่อขยายพอร์ตสินค้าและสร้างสีสันให้ตลาด ซึ่งกำลังการผลิตของโรงงานอยู่ที่ 2 ล้านซองต่อวัน
โดยตั้งเป้าผลักดันยอดขายในกลุ่มพรีเมียมให้เติบโตต่อเนื่อง และวางเป้าหมายให้มีสัดส่วนยอดขายประมาณ 25% ของตลาดพรีเมียมภายในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า พร้อมเดินหน้าทำตลาดผ่านกิจกรรมและแคมเปญต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะนักเรียนและคนรุ่นใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้านอกเหนือจากกลุ่มผู้บริโภคเดิม











