
โรงแรมชะอำ-หัวหิน ยังไม่กระทบสงครามตะวันออกกลาง ได้แรงหนุนปิดเทอม ไทยเที่ยวไทย
จีเอ็มโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ เผยธุรกิจโรงแรมชะอำ-หัวหินยังแกร่ง สงครามตะวันออกกลางยังไม่กระทบบุ๊กกิ้ง เหตุจากฐานลูกค้าหลักคนไทย ทั้งได้อนิสงค์ช่วงปิดเทอม ดันตลาดครอบครัวเข้าพักคึกคักช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เดินหน้าเปิดคาเฟ่สวนสนลอย จุดขายใหม่ คาเฟ่แห่งวิถีชีวิตยั่งยืน เชื่อมโยงธรรมชาติ และชุมชน
วันนี้ (วันที่ 16 มีนาคม 2569) นายอัษฎางค์ สุขวิเศษ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน กล่าวว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลาง จะสร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยในภาพรวม
แต่สำหรับธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ชะอำ-หัวหิน รวมถึงโรงแรม เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างฐานลูกค้า จะเน้นตลาดนักท่องเที่ยวไทย เป็นส่วนใหญ่ และกลุ่มนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาวจากยุโรปที่ยังคงเติบโต
ประกอบกับเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลกระทบมากนัก ต่อการดำเนินงานของโรงแรม สาเหตุประการแรกคือ "จังหวะเวลา" เนื่องจากสถานการณ์ของตะวันออกกลางเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านพ้นฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ ไฮซีซัน (High Season) มาแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season)
ประการต่อมาคือ อัตราการยกเลิกการจองห้องพัก (Cancellation) พบว่ามีจำนวนน้อยมากจนแทบจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เมื่อเทียบกับจำนวนยอดจองทั้งหมด
นาย อัษฎางค์ กล่าวต่อว่า กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมในพื้นที่รอดพ้นจากผลกระทบภายนอก คือการอิงกับ "ตลาดในประเทศ" (Domestic Market) หรือ ไทยเที่ยวไทย เป็นหลัก ตลอดทั้งปีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยสูงถึง 90%
โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เป็นกลุ่ม เป้าหมายหลักที่มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 40% และช่วงนี้เปิดช่วงปิดเทอม ทำให้ยอดการจองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เสาร์-อาทิตย์ ค่อนข้างจะเกือบเต็ม
นอกจากนี้ ราคาห้องพักในตลาดของโรงแรมยังอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายได้ง่าย (Approachable) โดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 1,600 - 1,900 บาทในวันธรรมดา และ ราคา 2,400-2,900 บาทในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ธุรกิจยังคงมีความยืดหยุ่นสูงต่อปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 25% โดยมีนักท่องเที่ยวจากกว่า 20 สัญชาติเข้ามาใช้บริการ กลุ่มที่โดดเด่นที่สุดคือ ชาวเยอรมัน ซึ่งครองสัดส่วนสูงสุดในบรรดาชาวต่างชาติ
ตามมาด้วยกลุ่มสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่ม "Long Stay" ที่พำนักระยะยาวตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 3 เดือน ซึ่งช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอ
ทั้งนี้แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนในอนาคต แต่ด้วยอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับ 65-75% ตลอดทั้งปี ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกันล่าสุดโรงแรมได้สร้างจุดขาย ที่จะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของชะอำ คือ "คาเฟ่ สวนสนลอย " (Suan Son Loi Cafe) พื้นที่พักผ่อนสีเขียวริมทะเลแห่งใหม่ ภายในโรงแรม ซึ่งได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Sustainable Experience Destination
ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการเชื่อมโยงการเติบโตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
โดยสวนสนลอย คาเฟ่ จะเปิดบริการทุกวัน เวลา 09:00 – 19:00 น. รองรับทั้งลูกค้าในโรงแรม และลูกค้าจากภายนอกที่เดินทางไปเที่ยวหัวหิน ให้สามารถแวะมาใช้บริการได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบนั่งคาเฟ่ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของต้นไทรคู่ยักษ์อายุกว่า 80 ปี
นักท่องเที่ยวสามารถมานั่งทาน พิซซ่าแป้งสด ที่ทางคาเฟ่ทำโด (Dough) ใหม่ทุกวันโดยเชฟชาวยุโรป และอบโชว์สดๆ จากเตาเพื่อให้ได้ความสดใหม่และรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ
เมนูเครื่องดื่มและอาหารของคาเฟ่ รังสรรค์จากเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพ และยังมีการใช้กาแฟจากชุมชน อาทิ เมล็ดกาแฟจากชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย ในพื้นที่แก่งกระจาน ซึ่งเป็นการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ป่าลึกให้มีรายได้ ทั้งยังมีเมล็ดกาแฟคุณภาพอื่นๆ เช่น ดอยช้าง ให้เลือกตามความชอบ
รวมไปถึงรีสอร์ทยังจัดกิจกรรม “ตลาดสวนสนลอย” หรือ ตลาดนัดชุมชน (Community Market) ซึ่งจะเปิดตลาด เป็นประจำในทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ซึ่งเปิดให้บริการ เวลา 15:00 – 21:00 น. ที่จะรวบรวมร้านค้าท้องถิ่นกว่า 30-40 ร้านมาขายอาหารและสินค้า
อาทิ อาหารพื้นบ้าน เช่น ทำจากตาลตะโหนด รสชาติต้นตำรับจากฝีมือชาวบ้าน ผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์จากโครงการหลวงหุบกะพง
แฟชั่นท้องถิ่น อย่าง เสื้อผ้าลายอัตลักษณ์ของอำเภอชะอำ การแสดงดนตรีสด ซึ่งทางโรงแรมจะเน้นโปรโมทให้ทั้งลูกค้าของโรงแรมและลูกค้าจากนอกโรงแรม มาใช้บริการอุดหนุนสินค้าชุมชนด้วย
ทั้งนี้ทางโรงแรมต้องการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและช่างฝีมือท้องถิ่นได้นำเสนอสินค้าและภูมิปัญญาด้วยตนเองซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ยังเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเพชรบุรีอย่างใกล้ชิด
โดยนักท่องเที่ยวเมื่อมาเดินตลาดชุมชน จะมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 200 - 220 บาท ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่โดยตรง
พร้อมกันนี้โรงแรมยังส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยนักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรม ปั่นจักรยานเที่ยวเส้นทางชุมชน ผ่าน 3 หมู่บ้าน คือ ชุมชนบ่อตะลุง บ่อพุทรา และบางไทรย้อย เพื่อชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยสามารถใช้จักรยานได้ฟรี เพียงร่วมบริจาคเงินตามศรัทธาเข้า มูลนิธิสุนัขจรจัดชะอำ
เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน มุ่งมั่นยกระดับการให้บริการภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน STGs ระดับ 5 ดาว พร้อมขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ Bike for Good, Please Reuse Me และ My Green Day
นอกจากนี้ รีสอร์ทยังมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดการใช้น้ำ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงระบบประหยัดพลังงานภายในพื้นที่รีสอร์ท เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างสมดุลระหว่างการให้บริการ การดูแลทรัพยากร และการเติบโตในระยะยาว











