thansettakij
thansettakij
เปิดยุทธศาสตร์ 'เซ็นทรัล รีเทล' อัดงบ 1.8 หมื่นล้านลงทุนไทย–เวียดนาม

เปิดยุทธศาสตร์ 'เซ็นทรัล รีเทล' อัดงบ 1.8 หมื่นล้านลงทุนไทย–เวียดนาม

12 มี.ค. 2569 | 04:24 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มี.ค. 2569 | 04:56 น.

เซ็นทรัล รีเทล (CRC) เดินหน้ากลยุทธ์ “Innovation in Action” เตรียมทุ่มงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท ในปี 2569 เร่งขยายสาขาใหม่ในไทย–เวียดนามรวมสูงสุด 26 แห่ง พร้อมรีโนเวทสาขาเดิม ตั้งเป้ารายได้เติบโต 4–5% ท่ามกลางการแข่งขันค้าปลีกที่ร้อนแรง

KEY

POINTS

  • เซ็นทรัล รีเทล (CRC) ประกาศแผนปี 2569 ทุ่มงบลงทุน 16,000-18,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในประเทศไทยและเวียดนาม
  • วางแผนเปิดสาขาใหม่รวม 22-26 แห่ง และปรับปรุงสาขาเดิม 7 แห่ง ครอบคลุมแบรนด์ในเครือ เช่น ท็อปส์, ไทวัสดุ, GO Wholesale และ GO! ในเวียดนาม
  • ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ 4-5% และ EBITDA เติบโต 5-7

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งในปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “Innovation in Action” เตรียมทุ่มงบลงทุนราว 16,000–18,000 ล้านบาท เพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจผ่านการเปิดสาขาใหม่และรีโนเวทสาขาเดิมทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 4–5% และ EBITDA เติบโต 5–7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CRC เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวนและเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย แต่ CRC ยังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2568 จากการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ “New Heights, Next Growth” ซึ่งมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการต่อยอด New Growth Engine และการปรับโฟกัสธุรกิจไปยังตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงอย่างประเทศไทยและเวียดนาม

ณ สิ้นปี 2568 CRC มีร้านค้าในประเทศไทยรวม 3,596 ร้านค้า ครอบคลุม 63 จังหวัดทั่วประเทศ คิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ขณะที่ประเทศเวียดนามมีร้านค้ารวม 127 ร้านค้า ครอบคลุม 26 จังหวัด จากทั้งหมด 34 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 20% ของธุรกิจทั้งหมด

ขณะเดียวกัน บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนาม โดยมีจำนวนสมาชิกสะสมกว่า 4.3 ล้านราย ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในประเทศดังกล่าว

ในด้านสถานะทางการเงิน บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุนและบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวอย่างมั่นคง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด CRC Care ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับทุกภาคส่วน

 

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์

 

“ไทวัสดุ” ดาวเด่นธุรกิจฮาร์ดไลน์

สำหรับกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ CRC ระบุว่า “ไทวัสดุ” เป็นหนึ่งในธุรกิจดาวเด่นที่สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีเครือข่าย 89 สาขา ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถผลักดันยอดขายในปี 2568 ขึ้นสู่ระดับ 43,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25%

ขณะที่ธุรกิจ Auto 1 ซึ่งเป็น New Growth Engine มีการเร่งขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 เปิดเพิ่ม 13 สาขา ส่งผลให้มีสาขารวม 53 แห่ง และในปี 2569 วางแผนขยายเพิ่มอีก 53 สาขา ส่งผลให้มีเครือข่ายรวม 106 สาขา บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถอย่างครบวงจร

เดินหน้ากลยุทธ์ 3 แกนหลัก

สำหรับปี 2569 CRC มองว่าเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่ง โดยจะเดินหน้าต่อยอดยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ผ่านกลยุทธ์ Innovation in Action ที่มุ่งยกระดับศักยภาพองค์กรผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. Uplift Customer Experience

บริษัทจะยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อผ่านแพลตฟอร์ม Omnichannel ซึ่งในปี 2568 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีการพัฒนาในหลายด้าน เช่น การเพิ่มพนักงานให้บริการแบบเฉพาะตัว การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน การเพิ่มจุด Self-Checkout รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างธุรกิจในเครือและการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์ เพื่อดึงดูดทราฟฟิกภายในร้าน

นอกจากนี้ยังนำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ทั้งการค้นหาสินค้า โปรโมชัน และคูปอง พร้อมเชื่อมประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ผ่านบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect

2. Reinvent Concepts and Merchandise

CRC จะปรับโฉมสินค้าและแบรนด์ให้ทันสมัยมากขึ้น โดยในเวียดนามจะพัฒนาสินค้าที่จำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมรับประทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น

ส่วนในประเทศไทย บริษัทจะเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งขยายร้านความงาม KIS และ LOOKS Beauty Specialty Stores รวมถึงปรับรูปแบบสาขาและระดับราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young และ Mainstream

3. Drive Operational Excellence

บริษัทจะยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยี เช่น การนำ AI มาใช้ในการบริหารลูกค้า การทำการตลาด การสั่งสินค้า และการกำหนดราคา ตลอดจนการบริหารหน้าร้าน

นอกจากนี้ยังพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว หรือ Single View of Customer Data เพื่อให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกยิ่งขึ้น และนำเสนอ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทางได้อย่างไร้รอยต่อ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสต๊อกและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร

เดินหน้าขยายสาขาไทย–เวียดนาม

สำหรับแผนลงทุนปี 2569 CRC เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 22–26 แห่ง และรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่ง

โดยในประเทศไทยมีแผนเปิด

 • ท็อปส์ (Tops) จำนวน 8–10 สาขา

 • GO Wholesale จำนวน 2 สาขา

 • ไทวัสดุ จำนวน 3–5 สาขา

ขณะที่ในประเทศเวียดนาม มีแผนเปิด

 • ศูนย์การค้า GO! จำนวน 2 สาขา

 • ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! จำนวน 1 สาขา

 • ซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! จำนวน 6 สาขา

พร้อมกันนี้ CRC ยังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนอื่นอย่างรอบคอบ รวมถึงโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

 

เปิดยุทธศาสตร์ 'เซ็นทรัล รีเทล' อัดงบ 1.8 หมื่นล้านลงทุนไทย–เวียดนาม

 

นายสุทธิสาร กล่าวว่า CRC ยังคงยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ และจะเดินหน้านำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก–ค้าส่งของไทยและระดับภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “Retail & Wholesale for All” และการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้บริโภค หรือ “Central to Life” ต่อไป