
ท็อปส์ ท้องถิ่น ผนึกภาคี เปิดฟาสต์แทรกดึงสินค้า SME ขึ้นเชลฟ์โมเดิร์นเทรด
ท็อปส์ ท้องถิ่น แพลตฟอร์ม SME ผนึก ธ.ออมสิน-อุทยานวิทย์ฯ ม.อุบล เปิดฟาสต์แทรกคัดสรรของดี 4 ภาค ขึ้นเชลฟ์โมเดิร์นเทรด มั่นใจดันยอดขายโตกว่า 30% ภายในปี 2570
KEY
POINTS
- ท็อปส์ ท้องถิ่น ร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ธนาคารออมสิน และอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ สร้างช่องทางด่วน (Fast Track) เพื่อนำสินค้าจากผู้ประกอบการ SME วางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด
- โครงการจัดกิจกรรม Business Matching ให้ผู้ประกอบการได้พบกับทีมจัดซื้อโดยตรง พร้อมให้คำปรึกษาครบวงจรทั้งด้านการเงิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตลาด
- ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น การยกเว้นค่าแรกเข้า เครดิตเทอม 15 วัน และมีโอกาสต่อยอดส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศกว่า 12 ประเทศ
เศรษฐกิจไทยยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายทั้งจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ส่งสัญญาณค่อนข้างระมัดระวัง ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ท็อปส์ ท้องถิ่น แพลตฟอร์ม SME จับมือกับพันธมิตร สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ท็อปส์เล็งเห็นความสำคัญถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ที่ไม่เพียงเป็นการสนับสนุนทางธุรกิจ แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจทั้งระบบ จึงเดินหน้าสนับสนุนผ่านโครงการ ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ โดยมุ่งสร้างโอกาสทางการตลาด เชื่อมโยงเครือข่าย และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อให้ SME ไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการ “ท็อปส์ ท้องถิ่น” ได้เดินหน้าภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์บทบาทการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ภายใต้แนวคิด “ของดี SME 4 ภาค LOCAL DISCOVERIES” ที่มุ่งสนับสนุนและส่งต่อคุณค่าเรื่องราวของสินค้าท้องถิ่นคุณภาพสู่ผู้บริโภค พร้อมสร้างช่องทางการตลาดที่เข้าถึงได้จริงและยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการไทย
ปัจจุบันโครงการฯ มีผู้ประกอบการ SME ในโครงการรวมกว่า 140 ราย ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ แบ่งเป็น ภาคกลาง 84 ราย ภาคเหนือ 31 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 ราย และภาคใต้ 12 ราย โดยมีสินค้าภายใต้โครงการวางจำหน่ายรวมกว่า 550 รายการ และสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 50% สะท้อนศักยภาพของสินค้าไทยที่พร้อมแข่งขันในตลาดโมเดิร์นเทรดระดับประเทศ ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ
โดยจากการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะการจัดงาน “เปิดบ้าน TOPS ท้องถิ่น ” ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมกว่า 150 ราย และได้รับการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการ Business Matching กับทีมจัดซื้อโดยตรงถึง 100 ราย
นายไบรอัน ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพันธมิตรระหว่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ท็อปส์ เดินหน้าเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ผนึกกำลังกับธนาคารออมสิน และอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดงาน เปิดบ้าน TOPS ท้องถิ่น คัดสรรของดี SME 4 ภาค Discover the Best of Local SMEs เพื่อเร่งผลักดันเข้าสู่ระบบโมเดิร์นเทรดอย่างเป็นรูปธรรม
โดยตั้งเป้าขยายฐานผู้ประกอบการในโครงการมากกว่า 200 ราย ควบคู่กับการเพิ่มไลน์สินค้ารวมกว่า 800 รายการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของสินค้าไทยให้ตอบโจทย์ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่อย่างครบวงจร พร้อมตั้งเป้ายอดขายทะลุกว่า 30% ภายในปี 2570 เพื่อสร้างระบบนิเวศค้าปลีกที่แข็งแรง และเติบโตไปพร้อมผู้ประกอบการ SME อย่างยั่งยืน
สำหรับงาน “เปิดบ้าน TOPS ท้องถิ่น คัดสรรของดี SME 4 ภาค Discover the Best of Local SMEs” จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนและ SME ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นแต่ยังเข้าไม่ถึงตลาดโมเดิร์นเทรด ได้ก้าวสู่ระบบค้าปลีกอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 โครงการมุ่งลงพื้นที่เชิงรุก เปิดสิทธิ์พิจารณาสินค้าแบบเร่งด่วน ผ่าน Business Matching แบบตัวต่อตัวกับทีมจัดซื้อของท็อปส์ ท้องถิ่น
ควบคู่กับแบ่งปันองค์ความรู้จากผู้ประกอบการคู่ค้าปัจจุบันของโครงการ และโอกาสได้เห็นผลิตภัณฑ์จริงผ่านตลาดของดีท็อปส์ ท้องถิ่น (Flea Market) เป็นระยะเวลา 5-9 วัน นอกจากนี้ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตร ผู้ประกอบการจะได้รับการให้คำปรึกษาด้านการเงิน และสนับสนุนการขยายช่องทางการขายแก่ผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มโครงการจากธนาคารออมสิน รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์กับทางอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และเครือข่ายทั่วประเทศ
เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริงพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ เครดิตเทอม 15 วัน การยกเว้นค่าแรกเข้า และการสนับสนุนการตลาดอย่างต่อเนื่อง เสริมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญฝ่ายประกันคุณภาพ (QA) ให้คำปรึกษาด้านฉลากและมาตรฐาน
เพื่อพัฒนาสู่ระบบโมเดิร์นเทรดอย่างครบวงจร เปิดรับตั้งแต่วิสาหกิจชุมชน บริษัท ห้างหุ้นส่วน และบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และพนักงานไม่เกิน 50 คน รวมถึงผู้ประกอบการที่ยังไม่มี อย. ก็สามารถเข้ารับคำปรึกษาและเข้าสู่กระบวนการพัฒนามาตรฐานได้ทันที
“วันนี้ท็อปส์ ท้องถิ่น ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นช่องทางกระจายสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ แต่ยังเป็นพันธมิตรในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจชุมชน ขยายโอกาสทางการค้า และผลักดันสินค้าท้องถิ่นไทยสู่มาตรฐานระดับประเทศ ควบคู่กับการเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศกว่า 12 ประเทศในภูมิภาคเอเชียและยุโรป
ซึ่งถือเป็นสิทธิพิเศษสำหรับ SME ภายใต้โครงการ TOPS ท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีกชั้นนำระดับสากล อาทิ FairPrice ประเทศสิงคโปร์, Robinsons Philippines ประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงการนำสินค้าเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียมในสหราชอาณาจักรอย่าง Selfridges และเครือค้าปลีกชั้นนำในตะวันออกกลางอย่าง Spinneys เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม

