thansettakij
thansettakij
ผ่าธุรกิจครอบครัว ‘สหไทย’ นครศรีฯ–สุราษฎร์ฯ–เพชรบุรี ใช้แบรนด์เดียว แต่แยกบริหาร

ผ่าธุรกิจครอบครัว ‘สหไทย’ นครศรีฯ–สุราษฎร์ฯ–เพชรบุรี ใช้แบรนด์เดียว แต่แยกบริหาร

28 ก.พ. 2569 | 04:30 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 2569 | 04:59 น.

ผ่า “สหไทย” ค้าปลีกภูธร 3 จังหวัด แบรนด์เดียวแต่แยกบริหาร นครศรีฯ ยังยืน สุราษฎร์ฯ ปรับเกม เพชรบุรีปิดฉากหลังไร้ทายาท

KEY

POINTS

  • ธุรกิจห้างสรรพสินค้า “สหไทย” ในนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเพชรบุรี เป็นธุรกิจของครอบครัว “ปัญจคุณาธร” ที่ใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันแต่แยกกันบริหารโดยสิ้นเชิง
  • สหไทยแต่ละจังหวัดบริหารโดยสมาชิกครอบครัวคนละสาย ทำให้มีรูปแบบการดำเนินงานและความท้าทายทางธุรกิจที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่
  • กรณีล่าสุดคือการปิดกิจการของสหไทย เพชรบุรี เนื่องจากไม่มีทายาทสืบทอดและหมดสัญญาเช่า ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาของธุรกิจครอบครัวที่บริหารแยกส่วน

“สหไทย” ค้าปลีกภูธรชื่อที่คุ้นหูในภาคใต้ของประเทศไทย ภายใต้การบริหารของพี่น้องตระกูล ‘’ปัญจคุณาธร” ที่เหลือปักธงเติบโตแต่ละจังหวัดแยกกันบริหารอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 การปิดฉากของ “สหไทย เพชรบุรี” หลังดำเนินกิจการยาวนานกว่าสามทศวรรษ ด้วยเหตุผลไร้ทายาทสานต่อไม่เพียงเป็นข่าวการปิดห้างท้องถิ่นธรรมดา หากแต่ปลุกให้ชื่อ “สหไทย” กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งในฐานะหนึ่งในแบรนด์ค้าปลีกภูมิภาคที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับหลายจังหวัด

หลายคนอาจคุ้นตาชื่อสหไทยในนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเพชรบุรี แต่คำถามสำคัญคือ สหไทยคือเครือเดียวกันหรือไม่ ใครเป็นผู้ถือธงบริหารในแต่ละพื้นที่ และเหตุใดแบรนด์เดียวกันจึงมีชะตาธุรกิจต่างกัน

ท่ามกลางแรงกดดันจากโมเดิร์นเทรดรายใหญ่และโจทย์การสืบทอดธุรกิจครอบครัว “ฐานเศรษฐกิจ” ชวนทำความรู้จักโครงสร้างสหไทยในแต่ละจังหวัด ไล่เรียงตั้งแต่รากฐานผู้ก่อตั้ง บทบาททายาทรุ่นใหม่ ไปจนถึงกรณีศึกษาการปิดกิจการในเพชรบุรี เพื่อทำความเข้าใจว่า ภายใต้ชื่อเดียวกันนั้น แท้จริงแล้วคือธุรกิจครอบครัวที่แยกกันบริหาร และกำลังเผชิญความท้าทายต่างบริบทกันอย่างไรบ้างในวันนี้

จุดกำเนิดที่ “สหไทย” นครศรีธรรมราช

ธุรกิจภายใต้แบรนด์ “สหไทย” มีต้นกำเนิดจาก ห้างสหไทยสรรพสินค้า ในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์การค้าท้องถิ่นที่ให้บริการสินค้าหลากหลายสำหรับคนในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีสาขาอยู่หลายแห่งใน จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งสาขาที่ทุ่งสงและในรูปแบบห้างพลาซ่าที่รองรับร้านค้าท้องถิ่นและบริการต่างๆ  

ภายใต้การบริหาร “นายจรินทร์ ปัญจคุณาธร” นครศรีธรรมราช เป็นห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นเก่าแก่กว่า 60 ปี ต้นกำเนิดธุรกิจโดยตระกูลปัญจคุณาธร ในอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เริ่มจากการเป็นร้านขายของชำและพัฒนาสู่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

ห้างสหไทยในนครศรีธรรมราชเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจย่อยของ “สหไทย” ที่เติบโตควบคู่กับชุมชน จนกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกค้าปลีกหลักของคนในจังหวัดมาเป็นเวลานาน การดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้สะท้อนถึง โครงสร้างธุรกิจครอบครัวที่ขับเคลื่อนตลาดระดับภูมิภาค มากกว่าการขยายแบบเครือข่ายโมเดิร์นเทรดใหญ่  

การขยายสู่สหไทยสุราษฎร์ธานี และการนำทัพของทายาทรุ่น 2

ต่อมา “สหไทย” ขยายธุรกิจไปสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้ชื่อ สหไทย การ์เด้น พลาซ่า และสหไทย ซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้การนำทัพรุ่นแรกคือ “นายเฉลิมชัย ปัญจคุณาธร”  ซึ่งพยายามตอบโจทย์พื้นที่ค้าปลีกที่รองรับกลุ่มครอบครัวและผู้บริโภคท้องถิ่น โดยมีการเพิ่มพื้นที่ขายสินค้า อาหาร และบริการต่างๆ เพื่อสร้างทราฟฟิกตลอดทั้งวัน  

อย่างไรก็ตาม รายงานจากสื่อเศรษฐกิจท้องถิ่นระบุว่า “สหไทย สุราษฎร์ฯ” ต้องปรับลักษณะธุรกิจหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก ปัญหาผู้เช่าพื้นที่ลดลงและยอดคนเดินห้างลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทายาทรุ่นสองต้องคิดโมเดลใหม่ทั้งการเปิดพื้นที่ขายเอง และปรับบริการเพื่อเรียกความคึกคักกลับมาอีกครั้ง — สะท้อนความท้าทายของธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นในยุคหลังโควิดและการแข่งขันจากศูนย์การค้าใหญ่‎  

ปัจจุบันบริหารโดย “นายสศิษฏ์ ปัญจคุณาธร” หรือที่รู้จักในชื่อคุณ “ซัน”  ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุราษฎร์ธานี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด — ผู้บริหารหลักของ สหไทย การ์เด้น พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสศิษฏ์เป็น ทายาทรุ่นที่สองของครอบครัว ที่กลับมาบริหารธุรกิจหลักของห้าง โดยเน้นการพัฒนาและปรับโมเดลธุรกิจให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อรักษาธุรกิจของครอบครัวไว้ท่ามกลางการแข่งขันค้าปลีก

บทบาทเชิงเศรษฐกิจของ “สหไทย เพชรบุรี” ก่อนปิดกิจการ

ล่าสุดอีกหนึ่งบทบาททางธุรกิจของ “สหไทย” คือ ห้างสหไทย (เพชรบุรี) ภายใต้การบริหารโดย “อุทัย ปัญจคุณาธร” ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และเป็นหนึ่งในห้างท้องถิ่นที่อยู่คู่จังหวัดมาเกือบ 33 ปี    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดเผยว่า ห้างดังกล่าวกำลังเตรียมปิดกิจการอย่างถาวรในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากครบสัญญาเช่าพื้นที่กับเทศบาลเมืองเพชรบุรี พร้อมกับขาดผู้สืบทอดธุรกิจ และตลาดค้าปลีกในจังหวัดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีหลัง ‎ 

การปิดกิจการของ “สหไทย เพชรบุรี” นับเป็นสัญญาณชัดเจนของการ “ปรับจุดยืนธุรกิจ” ของเครือสหไทยในยุคที่พลวัตการแข่งขันค้าปลีกสูงขึ้นทั้งจากร้านค้าท้องถิ่นที่ต้องแข่งขันกับโมเดิร์นเทรดและช่องทางออนไลน์