thansettakij
thansettakij
เครื่องดื่มสุขภาพ 2026 หมดยุคแข่งราคา ใคร ‘พรีเมียม’ กว่าคือผู้ชนะ

เครื่องดื่มสุขภาพ 2026 หมดยุคแข่งราคา ใคร ‘พรีเมียม’ กว่าคือผู้ชนะ

23 ก.พ. 2569 | 10:32 น.

เครื่องดื่มสุขภาพ 2026 หมดยุคแข่งราคา ยุคนี้ใคร ‘พรีเมียม’ กว่าคือผู้ชนะ OH! JUICE ทุบสถิติยอดขายพุ่ง 200% รับกระแสเฮลตี้ พร้อมจับตาการกลับมาของโยเกิร์ตยุคใหม่ ‘YoPPa’

KEY

POINTS

  • ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและสินค้าพรีเมียม โดยผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อคุณภาพมากกว่า
  • เทรนด์ Longevity และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทำให้เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล โปรตีนสูง และผสมโพรไบโอติกได้รับความนิยมสูงขึ้น
  • ผู้บริโภคยุคใหม่มองว่าการเลือกดื่มเครื่องดื่มสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาวและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์
  • แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จต้องสร้างประสบการณ์พรีเมียมและสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านคุณค่าและความผูกพัน ไม่ใช่แค่คุณสมบัติของสินค้า

ท่ามกลางกระแสสุขภาพที่ขยายตัวจาก “เทรนด์” สู่ “เมกะเทรนด์” ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยเริ่มชัดเจนมากขึ้น ทั้งในมิติการเติบโตเชิงปริมาณ การยกระดับมูลค่าสินค้า และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากผู้เล่นรายใหญ่–รายใหม่

ข้อมูลจาก วิจัยกรุงศรี ประเมินว่า ช่วงปี 2568–2570 ปริมาณการผลิตเครื่องดื่มในประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 3.5–4.5% ต่อปี สอดคล้องกับยอดขายในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวในกรอบเดียวกันที่ 3.5–4.5% ต่อปี สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่ยังแข็งแรง ท่ามกลางแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว

การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ส่งผลโดยตรงต่อการใช้จ่ายในร้านอาหาร คาเฟ่ ธุรกิจสันทนาการ และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวและศูนย์การค้า ทำให้ตลาดเครื่องดื่มยังมีแรงส่งต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตามรอบการเติบโตครั้งนี้ “ตัวขับเคลื่อนหลัก” ไม่ได้มาจากปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับคุณค่า (Value-added) ผ่านสินค้าเพื่อสุขภาพ เทรนด์ Longevity และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล เครื่องดื่มโปรตีนสูง เครื่องดื่มผสมวิตามิน โพรไบโอติก และสารสกัดจากพืช ซึ่งช่วยเพิ่มราคาต่อหน่วยและขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่

ในเชิงโครงสร้างตลาด กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ถูกมองว่าจะเป็นแรงขับหลักของอุตสาหกรรม สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้ยังมีฐานตลาดขนาดใหญ่ แต่มีแนวโน้มเติบโตชะลอกว่าภาพรวมจากข้อจำกัดด้านกฎหมาย ภาษี และการรณรงค์ลดการบริโภค

เครื่องดื่มสุขภาพ 2026 หมดยุคแข่งราคา ใคร ‘พรีเมียม’ กว่าคือผู้ชนะ

OH! JUICE โตแรง 200% ปักหมุดรายได้ปี 2569 โตเกิน 20%

หนึ่งในผู้เล่นที่สะท้อนภาพการเติบโตของตลาดสุขภาพคือ OH! JUICE ภายใต้บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ Group ซึ่งวางตำแหน่งเป็นแบรนด์เครื่องดื่มสุขภาพพรีเมียม “No Hack, No Sugar Added”

นางสาวเบญญาภา เตชะมณีสถิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 OH! JUICE มียอดขายรวมมากกว่า 350 ล้านบาท จำหน่ายเครื่องดื่มกว่า 2 ล้านแก้ว จาก 26 สาขาทั่วประเทศ หรือเฉลี่ยราว 76,900 แก้วต่อสาขาต่อปี โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิล 200 บาท สะท้อนกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าที่มองหาคุณภาพมากกว่าราคา

3 สาขาที่ทำยอดขายสูงสุด ได้แก่ สยามพารากอน เมกะบางนา และเมเจอร์รัชโยธิน ซึ่งล้วนอยู่ในศูนย์การค้าและย่านไลฟ์สไตล์ของคนทำงานเมือง ชี้ให้เห็นว่า “ทำเล” ยังเป็นตัวแปรสำคัญของธุรกิจเครื่องดื่มพรีเมียม

ในเชิงลูกค้ากลุ่มที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดคือวัยทำงานและ Millennials ขณะที่ Gen Z เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็ว และมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างการรับรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์ปรับกลยุทธ์การตลาดจากการสื่อสารคุณสมบัติสินค้า ไปสู่การสร้างประสบการณ์และอารมณ์ร่วม

เครื่องดื่มสุขภาพ 2026 หมดยุคแข่งราคา ใคร ‘พรีเมียม’ กว่าคือผู้ชนะ

ต้นปี 2569 OH! JUICE เปิดแคมเปญ “Love Takeover” ภายใต้แนวคิด “Every Sip Bring You Closer” ผ่านกลยุทธ์ Celebrity-led Brand Experience ร่วมกับ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ หรือ “ปอนด์ ณราวิชญ์” หลังเปิดตัววันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างยอดขายเติบโต 200% และสินค้าขายหมดทุกสาขา

แผนปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 20% YoY พร้อมขยายสาขาเพิ่ม 4–5 แห่ง เน้นทำเลศักยภาพ เช่น ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ย่าน CBD และพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย สอดรับเทรนด์ “โชว์สุขภาพดี” ที่การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและภาพลักษณ์บนโซเชียล

โยเกิร์ตคัมแบ็ก รับกระแสลำไส้คือสมองที่สอง

อีกหนึ่งภาพสะท้อนของกระแส Longevity คือการกลับมาของเครื่องดื่มโยเกิร์ต โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้น “สุขภาพลำไส้” ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด Wellness–Well Being

ล่าสุด นริลญา กุลมงคลเพชร นักแสดงวัย 25 ปี เตรียมเปิดตัวแบรนด์ “YoPPa Yogurt” ร้านโยเกิร์ตสไตล์ Grab & Go ย่านสยามสแควร์ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ชูจุดขาย “Synbiotic” ผสานโพรไบโอติก (จุลินทรีย์ดี) และพรีไบโอติก (อาหารของจุลินทรีย์) พร้อมจุดเด่นโปรตีนสูง (High Protein)

เจ้าตัวระบุว่า ใช้เวลาพัฒนาสูตรและแบรนด์นานเกือบ 1 ปี มองเห็นโอกาสจากเทรนด์ดูแลสุขภาพจากภายใน โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่าลำไส้คือ “สมองที่สอง” ของร่างกาย และเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข “เซโรโทนิน” กว่า 90% จึงออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และกลุ่ม Silver Economy ที่มองหาผลิตภัณฑ์ช่วยชะลอวัยและดูแลสุขภาพระยะยาว

เครื่องดื่มสุขภาพ 2026 หมดยุคแข่งราคา ใคร ‘พรีเมียม’ กว่าคือผู้ชนะ

สุขภาพไม่ใช่ทางเลือก แต่คือโครงสร้างใหม่ของตลาด

เมื่อพิจารณาภาพรวม จะเห็นว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยในช่วงปี 2568–2570 แม้เติบโตในระดับกลางที่ 3.5–4.5% ต่อปี แต่โครงสร้างการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจาก “แข่งราคา” ไปสู่ “แข่งคุณค่า” ผู้ชนะในรอบนี้จึงไม่ใช่เพียงผู้ที่มีสเกลใหญ่ แต่คือแบรนด์ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองสุขภาพเป็นทั้งการลงทุนระยะยาวและการแสดงตัวตนในชีวิตประจำวัน

ในสมรภูมิที่ Longevity กลายเป็นแกนกลางของการพัฒนาโปรดักต์ ตลาดเครื่องดื่มไทยจึงไม่ได้แข่งขันกันแค่ความสดชื่น หากแต่เป็นการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ประสบการณ์แบรนด์ และความสามารถในการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคอย่างยั่งยืน.