thansettakij
OR รีแบรนด์ใหญ่ Pearly รอบ 13 ปี รับตลาดชานมไข่มุกโต เสิร์ฟ “Grab & Go” รับคนรุ่นใหม่

OR รีแบรนด์ใหญ่ Pearly รอบ 13 ปี รับตลาดชานมไข่มุกโต เสิร์ฟ “Grab & Go” รับคนรุ่นใหม่

12 ก.พ. 2569 | 05:06 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 06:12 น.

ตลาดชาโตแรง OR เลือกรีแบรนด์ Pearly ครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปี ปรับโมเดลร้านเน้นทำเลสถานีบริการน้ำมัน-เดลิเวอรี เพิ่มความถี่การใช้บริการ

KEY

POINTS

  • OR ประกาศรีแบรนด์ร้านชานมไข่มุก "Pearly" ครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปี เพื่อรับการแข่งขันในตลาดชาที่เติบโตสูง
  • ปรับภาพลักษณ์สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ผู้บริโภค พร้อมเปิดตัวมาสคอต "น้องเพิร์ลลี่" สร้างการจดจำ
  • เน้นกลยุทธ์ "Grab & Go" ผ่านร้านรูปแบบคีออสดีไซน์ใหม่ โดยปักหมุดขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น เป็นหลัก 

ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มชาของประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ขยายวงกว้างและกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน สะท้อนทิศทางเดียวกับตลาดกาแฟในอดีต ส่งผลให้ผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มการเติบโตในระยะยาว

ล่าสุด “Pearly” ร้านชานมไข่มุกในเครือบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปี ปรับตำแหน่งแบรนด์จากเครื่องดื่มเพื่อการบริโภคทั่วไป (Functional Drink) สู่การเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงอารมณ์และประสบการณ์ของผู้บริโภค (Emotional Refreshment Brand) รองรับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดชาและเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

นางพรรณวดี พุฒยางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) กล่าวว่า การบริโภคชาของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากฐานลูกค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง จนกลายเป็นพฤติกรรมประจำวัน โดย Pearly ซึ่งดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2555 จึงต้องปรับภาพลักษณ์และกลยุทธ์การตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในอนาคต

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายกระดับ Pearly ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “Grab & Go” มากขึ้น ผ่านการปรับโฉมร้านเป็นคีออสขนาดกะทัดรัด สีสันโดดเด่น เน้นความรวดเร็วและความสะดวก พร้อมเปิดตัวมาสคอต “น้องเพิร์ลลี่” เพื่อเพิ่มการจดจำแบรนด์และสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน

นางพรรณวดี พุฒยางกูร

 

จุดแข็งหลักของ Pearly ยังอยู่ที่วัตถุดิบชาและกระบวนการชงสดแก้วต่อแก้ว รวมถึงระดับราคาที่เข้าถึงได้ ตั้งแต่หลับสอบบาทประกอบกับทำเลที่ตั้งสาขาส่วนใหญ่อยู่ภายในร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในสถานีบริการพีทีที สเตชั่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทราฟฟิกสูง

ปัจจุบัน Pearly เปิดให้บริการมากกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทบริหารเอง 54 สาขา และแฟรนไชส์ 22 สาขา พร้อมขยายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี อาทิ GrabFood, LINE MAN และ ShopeeFood เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

ในเชิงกลยุทธ์สินค้า Pearly ใช้วิธีออกเมนูใหม่และคอลแลปกับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น โอวัลติน ดอยคำ โอรีโอ้ กูลิโกะ และนมทางเลือก OATSIDE เพื่อสร้างความแปลกใหม่ กระตุ้นการทดลองซื้อ และเพิ่มความถี่ในการบริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่มีทั้งแบรนด์รายใหญ่และรายย่อยในตลาดชานมไข่มุก

OR รีแบรนด์ใหญ่ Pearly รอบ 13 ปี รับตลาดชานมไข่มุกโต เสิร์ฟ “Grab & Go” รับคนรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน การสื่อสารแบรนด์ในปีนี้จะเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ การสร้างการรับรู้ (Awareness) ผ่านสื่อออนไลน์ การเพิ่มการซื้อซ้ำ (Frequency) ด้วยโปรแกรมสะสมแต้มและสิทธิประโยชน์จาก Blue Card และการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Emotional Bond) ผ่านสินค้าและของที่ระลึกจากคาแรคเตอร์แบรนด์

นางพรรณวดีระบุว่า การรีแบรนด์ Pearly ไม่ได้มุ่งเพียงการปรับภาพลักษณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายธุรกิจเครื่องดื่มในเครือ OR ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น โดยยังคงเน้นการเติบโตควบคู่กับพันธมิตรและแฟรนไชส์ในระยะยาว