thansettakij
เทรนด์กาแฟมาแรง เมื่อ “พร้อมดื่ม” กลายเป็นสมรภูมิเศรษฐกิจใหม่ของอุตสาหกรรม

เทรนด์กาแฟมาแรง เมื่อ “พร้อมดื่ม” กลายเป็นสมรภูมิเศรษฐกิจใหม่ของอุตสาหกรรม

24 พ.ย. 2568 | 06:47 น.
อัปเดตล่าสุด :30 พ.ย. 2568 | 01:48 น.

เทรนด์กาแฟมาแรง เมื่อ “พร้อมดื่ม” กลายเป็นสมรภูมิเศรษฐกิจใหม่ของอุตสาหกรรม เต็ดตรา แพ้ค เผย ผู้บริโภครุ่นใหม่ต้องการรสชาติแตกต่างและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

KEY

POINTS

  • ตลาดกาแฟพร้อมดื่ม (RTD) มีแนวโน้มเติบโตสูงในเอเชียแปซิฟิก คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 โดยไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูง
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรมเปลี่ยนจากการเน้นราคาและปริมาณไปสู่การสร้าง "คุณค่า" เพื่อตอบสนองผู้บริโภครุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) ที่มองหากาแฟซึ่งสะท้อนไลฟ์สไตล์และตัวตน
  • เทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดคือการยกระดับสู่ความเป็นพรีเมียม (Premiumization), การพัฒนาสูตรเพื่อสุขภาพ (Functional Beverage) และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ

ตลาดกาแฟซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน กำลังถูกยกระดับสถานะให้กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม “กาแฟพร้อมดื่ม” (Ready-to-Drink Coffee: RTD) ที่กำลังเปลี่ยนสมรภูมิการแข่งขันจากเรื่องของราคาและปริมาณ และก้าวเข้าสู่ยุคของ “คุณค่า” (Value) ที่ประกอบไปด้วยนวัตกรรม ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และความยั่งยืนเป็นแกนหลัก

นางสาวสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดกาแฟพร้อมดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเติบโตแตะระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.26% ต่อปี ขณะที่ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูง จากการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับ “ทางเลือก” มากกว่าความเคยชิน และมองหาคุณค่าที่มากกว่ารสชาติของกาแฟเพียงอย่างเดียว

นาย สุทธินันท์ เตชะทยานนท์ ผู้จัดการ ฝ่าย Customer Experience บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มผู้บริโภคหลักของตลาดกาแฟในปัจจุบัน คือ Gen Z และ Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยง “เครื่องดื่ม” เข้ากับ “อัตลักษณ์ทางไลฟ์สไตล์” อย่างชัดเจน งานวิจัยจาก Mintel ระบุว่า 52% ของผู้บริโภครุ่นใหม่ในประเทศไทยต้องการทดลองผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีรสชาติและรูปแบบใหม่ ขณะที่รายงานของ First Insight ชี้ว่า มากกว่า 60% ของกลุ่ม Gen Z พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนว่า ปัจจัยด้านความยั่งยืนกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจซื้อไม่แพ้เรื่องคุณภาพหรือราคา

ภายใต้บริบทดังกล่าว อุตสาหกรรมกาแฟพร้อมดื่มจึงกำลังเข้าสู่ยุค “พรีเมียมไลเซชัน” (Premiumization) อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ประกอบการไม่เพียงต้องแข่งขันด้วยสูตรกาแฟที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังต้องสามารถสร้างประสบการณ์ในแบบเดียวกับที่ผู้บริโภคได้รับจากร้านกาแฟเฉพาะทาง (Specialty Coffee) ทั้งในด้านกลิ่น รส สตอรี่ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ตอกย้ำให้เห็นว่า กาแฟพร้อมดื่มในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกเพื่อความสะดวก แต่เป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมและการแสดงออกทางตัวตนของผู้บริโภคยุคใหม่

เทรนด์กาแฟมาแรง เมื่อ “พร้อมดื่ม” กลายเป็นสมรภูมิเศรษฐกิจใหม่ของอุตสาหกรรม

ในมิติของผลิตภัณฑ์ เทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ กาแฟสูตรสุขภาพ อาทิ สูตรน้ำตาลต่ำ สูตร Plant-based กาแฟผสมนมธัญพืช หรือกาแฟที่เพิ่มคุณประโยชน์ด้านพลังงานและสมาธิ ซึ่งสอดรับกับกระแสของตลาดสุขภาพและ Wellness ที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ กาแฟกำลังเปลี่ยนสถานะจากเครื่องดื่มทั่วไปไปสู่กลุ่ม “Functional Beverage” ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งความต้องการทางร่างกายและจิตใจในชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง

ขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์ได้กลายเป็น “อีกหนึ่งตัวตัดสิน” ในสนามการแข่งขัน จากเดิมที่มีหน้าที่เพียงบรรจุสินค้า วันนี้บรรจุภัณฑ์ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พกพาสะดวก และสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ในเวลาเดียวกัน การใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ ลดปริมาณพลาสติก และช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้ประกอบการไม่สามารถมองข้าม

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ บทบาทของผู้ให้บริการโซลูชันด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อย่าง “เต็ดตรา แพ้ค” (Tetra Pak) จึงมีความสำคัญมากกว่าในอดีต จากเพียงผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์ กลายมาเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์” ที่สนับสนุนผู้ประกอบการในทุกขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การให้ข้อมูลเชิงลึกของตลาด การพัฒนาสูตร ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์และทดสอบผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ ผ่านศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (Customer Innovation Centre – CIC) ในกรุงเทพฯ และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ในจังหวัดระยองที่กำลังจะเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้

กิจกรรม “Tetra Pak Coffee Express: Explore the World of RTD Coffee” ที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ จึงสะท้อนภาพความเคลื่อนไหวเชิงรุกของอุตสาหกรรมกาแฟพร้อมดื่มอย่างชัดเจน ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสทั้งองค์ความรู้ด้านตลาด ไอเดียเชิงนวัตกรรม และการสาธิตกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง โดยมีคุณแทนพงศ์ ทรงพานิช บาริสต้ารางวัลระดับโลก ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านกิจกรรม Omakase Coffee Experience และ Coffee Mixology ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำมาตรฐานระดับบาริสต้าเข้ามาผสมผสานกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดกาแฟพร้อมดื่มของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นทั้งรายใหญ่และรายใหม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ หากเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และสามารถผสานนวัตกรรมเข้ากับคุณค่าในแบบที่ตลาดต้องการ

ในท้ายที่สุด กาแฟหนึ่งแก้วในวันนี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแก้ง่วงในยามเช้าอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นสื่อกลางระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค เป็นพื้นที่แสดงตัวตน เป็นเครื่องมือทางการตลาด และเป็นหนึ่งในธุรกิจอนาคตที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ซึ่งกำลังรอการช่วงชิงจากผู้ที่มองเห็น “เทรนด์” ได้เร็วกว่าคนอื่น