KEY
POINTS
กลยุทธ์การตลาดสายมู หรือ “Muketing” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจ การนำความเชื่อทางศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจ มาประยุกต์ใช้กับสินค้าและบริการ จึงกลายเป็นเทรนด์ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายและเชื่อมโยงกับลูกค้าในเชิงอารมณ์
จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในปี 2567 พบว่า ธุรกิจสายมู อาทิ หมอดู ฮวงจุ้ย และเครื่องรางมงคล จะเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่เติบโตโดดเด่น มีมูลค่าตลาดราว 1–1.5 หมื่นล้านบาท
โดย “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ผศ.ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และการสื่อสารการตลาด ถึงการกลับมาของกระแสมูในปัจจุบันว่า เป็นภาพสะท้อนของสถานการณ์ทางสังคมที่ผู้คนกำลังเผชิญกับปัญหาและความเครียด จนต้องการที่พึ่งทางใจ
แบรนด์ต่าง ๆ จึงสามารถนำ Pain Point เหล่านี้มาพัฒนาเป็นกลยุทธ์การตลาด โดยเน้นการสร้าง “คุณค่าทางใจ” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านอารมณ์ของผู้บริโภค ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลูกค้า แต่ยังส่งผลต่อการเพิ่มยอดขายในระยะยาว
ตัวอย่างของธุรกิจที่นำกลยุทธ์ Muketing มาใช้ เริ่มตั้งแต่กลุ่มโทรคมนาคมที่เปลี่ยนซิมการ์ดทั่วไปให้กลายเป็นเบอร์มงคลเสริมดวงชะตา ขณะที่กลุ่มเครื่องสำอาง เช่น ศรีจันทร์ ออกลิปบาล์มผ่านพิธีปลุกเสก และเมย์เบลลีนที่ส่งคอลเลกชันเครื่องสำอางตาม 12 ราศีออกสู่ตลาด
ด้านกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และแพลตฟอร์มดิจิทัลก็มีการปรับตัวอย่างน่าสนใจ เช่น การทำบัตร Rabbit ลายมงคล หรือ Tinder ที่จัดกิจกรรมพาผู้ใช้งานไปขอพรเรื่องความรักเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ และล่าสุดในช่วงต้นปี 2569 แม้แต่แบรนด์อาหารรายใหญ่อย่าง KFC ก็ยังปรับชุดไก่ทอดให้เป็นไอเทมเสริมดวง เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับลูกค้า
นอกจากแบรนด์ขนาดใหญ่แล้ว ธุรกิจ SME ก็เริ่มนำกลยุทธ์ Muketing มาปรับใช้เช่นกัน อาทิ ธุรกิจขายธูปที่ออกแบบสินค้าให้มีตัวเลขเสี่ยงโชคซ่อนอยู่ภายใน เพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้าที่มีความเชื่อด้านโชคลาภ สะท้อนให้เห็นว่า Muketing ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ แต่สามารถปรับใช้ได้กับธุรกิจท้องถิ่นที่มองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านความเชื่อ
ด้าน นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวว่า เทรนด์ Muketing มีต้นทางมาจากประเทศจีน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น Gen Z ที่หันมาให้ความสนใจกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและต้องการที่พึ่งทางใจ
สำหรับประเทศไทย ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงปี 2567–2568 โดยภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางทำให้ประชาชนจำนวนมากหันมาพึ่งพาความเชื่อ เพื่อสร้างความหวังและความมั่นใจในการดำเนินชีวิต
กระแสดังกล่าวได้ดึงดูดความสนใจจากแบรนด์ในแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี หรือเครื่องสำอาง ที่ต่างหันมาใช้กิจกรรมเกี่ยวกับความเชื่อและการเสริมสิริมงคลเป็นเครื่องมือทางการตลาด ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภค แต่ยังช่วยเพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐยกระดับ “สายมู” สู่มิติเชิงพาณิชย์ ผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้วยการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวสายมู เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z จากประเทศจีนที่มีความเชื่อในลักษณะเดียวกัน เช่น การจัดกิจกรรมขอพรด้านการศึกษาที่วัดมังกรเขียว หรือขอพรด้านสุขภาพที่วัดเล่งเน่ยยี่
การวางกลยุทธ์ Believer Marketing อย่างเป็นระบบในระดับนโยบาย จะช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้
ขณะที่ นายสุภัค หมื่นนิกร ผู้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด กล่าวว่า ความเชื่อได้กลายเป็นกิมมิกสำคัญที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ธุรกิจอาหาร โดยมีการปรับภาพลักษณ์จากความขลังมาเป็นความน่ารัก เช่น อาร์ตทอยพระพิฆเนศ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมของคนไทยที่ใช้ความเชื่อเป็นที่พึ่งทางใจในทุกสภาวะเศรษฐกิจในระดับองค์กร แบรนด์ชั้นนำหลายแห่งได้ยกระดับความเชื่อมาใช้ในเชิงกลยุทธ์ เช่น คอปเปอร์ บุฟเฟต์ ที่สร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่านการสวดมนต์และการเจิมร้านเพื่อเสริมขวัญกำลังใจพนักงาน เอส แอนด์ พี ที่นำการปฏิบัติธรรมมาใช้พัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงบิ๊กซีและเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ติดตั้งองค์เทพขนาดใหญ่เพื่อดึงดูดทราฟฟิก จนกลายเป็นแลนด์มาร์คสายมูที่สร้างรายได้จำนวนมาก
สำหรับนักการตลาด ความมูถือเป็นทางลัดที่ช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้ง่ายขึ้น ผ่าน 3 เหตุผลหลัก ได้แก่
ทั้งนี้ มองว่าปีนี้คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับความเชื่อและสิ่งมงคล โดยเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรมีความเชื่อในระดับต่าง ๆ ซึ่งจะยังคงเป็นแรงผลักดันให้ตลาด Muketing เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต