เปิดผลสำรวจ 'พรรคการเมือง' ใช้โซเชียลหาเสียง 'X' ครองสัดส่วนสูงสุด 37%

12 ม.ค. 2569 | 08:51 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ม.ค. 2569 | 02:44 น.

ผลสำรวจเรียลวอทช์ แล๊ป ชี้พรรคการเมืองใช้แพลตฟอร์ม X หาเสียงมากสุด คิดเป็น 37% ของสื่อออนไลน์ทั้งหมด ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจถูกใช้สื่อสารสูงถึงครึ่งหนึ่งของเนื้อหา

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจชี้ว่าพรรคการเมืองใช้แพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) ในการหาเสียงบนโซเชียลมีเดียมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 37%
  • ช่องทางที่ได้รับความนิยมรองลงมาคือ เว็บไซต์ (30%) สำหรับให้ข้อมูลเชิงลึก และ Facebook (22%) เพื่อเข้าถึงฐานผู้ใช้ในวงกว้าง
  • นโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นประเด็นที่ถูกนำมาใช้หาเสียงบนโซเชียลมีเดียมากที่สุด โดยคิดเป็น 50% ของเนื้อหาทั้งหมด
  • ประเด็นหาเสียงอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจรองลงมาคือ นโยบายด้านสังคม (20%) ตามมาด้วยด้านสุขภาพ ความมั่นคง และการเมือง

พรรคการเมืองเร่งใช้โซเชียลหาเสียง “X” ครองสัดส่วนสูงสุด 37% เน้นสื่อสารเรียลไทม์ – นโยบายเศรษฐกิจถูกใช้มากสุด เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab)

เปิดผลสำรวจจาก เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด(มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technolog เปิดพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของพรรคการเมืองในการเผยแพร่นโยบายและหาเสียงเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 1–9 มกราคม 2569 ครอบคลุมพรรคการเมืองที่ลงสมัครทั้งหมด 60 พรรค

ผลสำรวจการใช้ แพลตฟอร์ม Social Media ของพรรคการเมือง ในการเผยแพร่นโยบาย และ หาเสียง เลือกตั้ง พบว่า มีการใช้ “ X ” สูงสุด ในการหาเสียงเลือกตั้ง คิดเป็นสัดส่วน 37% ของการใช้สื่อออนไลน์ทั้งหมด โดยนโยบายหลักที่นำมาใช้หาเสียงผ่านสังคมออนไลน์สูงสุด เป็นเรื่อง นโยบายด้านเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วน 50%

ช่องทางที่พรรคการเมืองใช้หาเสียงมากที่สุด

  •  X ใช้มากที่สุด คิดเป็น 37% เน้นการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ข้อความสั้น กระตุ้นการแชร์และการเกิดไวรัล
  • Website (เว็บไซต์พรรคและเว็บไซต์สื่อมวลชน) 30% ใช้สำหรับแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการและข้อมูลเชิงลึก
  • Facebook 22% ใช้เข้าถึงฐานผู้ใช้งานวงกว้าง
  • YouTube 5% ใช้กับการปราศรัยหรือเนื้อหาวิดีโอความยาวมาก
  • Instagram และ TikTok อย่างละ 3% เน้นการสื่อสารผ่านภาพ กราฟฟิก และวิดีโอสั้น

รูปแบบการใช้แพลตฟอร์ม

  • X : สื่อสารรวดเร็ว ติดกระแส สร้างการมีส่วนร่วมแบบทันที
  • YouTube : ใช้สำหรับเนื้อหาปราศรัยหรืออธิบายนโยบายเชิงลึก
  • Instagram : นำเสนอผ่านกราฟฟิกเป็นหลัก
  • Facebook : ใช้ผสมทั้งข้อความ ภาพ และวิดีโอ

เปิดผลสำรวจ 'พรรคการเมือง' ใช้โซเชียลหาเสียง 'X' ครองสัดส่วนสูงสุด 37%

“เศรษฐกิจ” ครองประเด็นหาเสียงบนโซเชียล

ผลสำรวจพบว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจ ถูกนำมาใช้หาเสียงผ่าน Social Media มากที่สุด คิดเป็น 50% ของเนื้อหาทั้งหมดประเด็นเศรษฐกิจที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่

  • การขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง
  • นโยบายช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม
  • การพักหนี้และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ประเด็นอื่นที่ใช้หาเสียงรองลงมา

  • นโยบายด้านสังคม 20% เช่น สวัสดิการผู้สูงอายุ การลดความเหลื่อมล้ำ
  • นโยบายด้านสุขภาพ 10% ครอบคลุมสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์
  • นโยบายด้านความมั่นคง 10% เช่น การปฏิรูปกองทัพ และนโยบายชายแดน
  • นโยบายด้านการเมือง 10% เช่น การปราบคอร์รัปชันและต่อต้านทุจริต

ส่วนประเด็นที่นำมาใช้ ในการหาเสียงผ่านสังคมออนไลน์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ นโยบายด้านเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วน 50% ของนโยบายที่หาเสียง ผ่าน Social Media ทั้งหมด โดยประเด็นด้านเศรษฐกิจที่มีการพูดถึง มีทั้ง นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง นโยบายช่วยภาคเกษตรกรรม การพักหนี้ การแก้หนี้ครัวเรือน ไปจนถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น

ประเด็นถัดมาเป็นนโยบายด้านสังคม คิดเป็นสัดส่วน 20% ได้แก่ประเด็นเรื่อง สวัสดิการผู้สูงอายุ ลดความเหลื่อมล้ำ คิดเป็นสัดส่วน 20% ในขณะที่อันดับ 3 มี 3 ประเด็นที่มีสัดส่วนเท่ากันคือ 10% ได้แก่  นโยบายด้านสุขภาพ ทั้ง ด้านสาธารณสุข และ การให้บริการทางการแพทย์, นโยบายด้านความมั่นคง ทั้งการปฏิรูปกองทัพ นโยบายด้านชายแดน, และ นโยบายด้านการเมือง เช่น การปราบคอร์รัปชัน การต่อต้านทุจริต โดยทั้งด้านสาธารณสุข ความมั่นคง และ ด้านการเมือง มีสัดส่วนเท่ากันคือ 10%

การนำนโยบายเศรษฐกิจ มาเป็นแกนหลักในการหาเสียง สะท้อนถึง ปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่เผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และ การที่ประเทศไทยเผชิญกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า 3% เผชิญกับภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ความสามารถในการสร้างรายได้ต่ำ ทำให้นโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นหลัก เพื่อตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็น คนในวัยทำงาน คนในวัยทำงานอายุ 18-34 ปี โดยสะท้อนจากแพลตฟอร์ม ที่พรรคการเมืองเลือกใช้เป็นหลัก 3 อันดับแรก อย่าง แพลตฟอร์ม “X” “Website” และ “Facebook”

จากรายงานของ Hootsuite Thailand 2025 แพลตฟอร์มการจัดการโซเชียลมีเดียชั้นนำระดับโลก สัญชาติแคนาดา ชี้ว่าแต่ละแพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน โดย  X เป็นแพลตฟอร์มที่มีความแข็งแกร่งในกลุ่ม  คนรุ่นใหม่ (Gen Z, Millennial) โดยเฉพาะช่วง 18-34 ปี (กลุ่มกำลังซื้อสูง และต้องการความบันเทิง/ข่าวสาร) และ Gen X (45-60 ปี) ที่เป็นกำลังซื้อหลักและมีอำนาจตัดสินใจ โดย X เน้นการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและหลากหลายแพลตฟอร์ม

ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของ Facebook ยังคงเป็นวัยทำงานตอนต้นถึงกลาง (อายุ 25-34 ปี) มีการเข้าถึงโฆษณาสูงสุด เช่นเดียวกับ YouTube และ TikTok ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มอายุ 25-34 ปี Instagram มีผู้ใช้หลัก 18-34 ปี