thansettakij
thansettakij
นักวิชาการชี้ ‘ห้ามดื่มในเวลาห้ามขาย’ เป็นมาตรการคุ้มครองประชาชน

นักวิชาการชี้ ‘ห้ามดื่มในเวลาห้ามขาย’ เป็นมาตรการคุ้มครองประชาชน

12 พ.ย. 68 | 18:30 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ชี้ “ห้ามดื่มในเวลาห้ามขาย” เป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ย้ำผู้ประกอบการควรขายอย่างมีความรับผิดชอบ

KEY

POINTS

  • นักวิชาการชี้ว่ามาตรการ “ห้ามดื่มในเวลาห้ามขาย” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและผู้ดื่ม ไม่ใช่การจำกัดสิทธิ
  • การฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าวไม่ใช่โทษทางอาญา แต่เป็นการลงโทษปรับทางพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
  • กฎหมายลักษณะนี้มีการบังคับใช้ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทและอุบัติเหตุ
  • มาตรการนี้เคยมีอยู่เดิมในประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 และถูกนำกลับมาบัญญัติอีกครั้งใน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับแก้ไขปี 2568

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า มาตรา 32 ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับแก้ไขปี 2568 ซึ่งกำหนด “ห้ามดื่มในร้านนั่งดื่มในเวลาห้ามขาย” เป็นมาตรการที่มีอยู่เดิมในประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 ก่อนถูกยกเลิกไป และได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งหลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยกระทรวงสาธารณสุขเสนอในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

นายไพศาลระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ “คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและผู้ดื่ม” ไม่ใช่การลงโทษเชิงอาญา แต่เป็นการปรับทางพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลยพินิจปรับในระดับที่เหมาะสม เช่น 1,000–2,000 บาท ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการจะจัดทำต่อไป

“หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างก็มีกฎหมายห้ามดื่มในร้านช่วงเวลาห้ามขายเช่นกัน จุดมุ่งหมายไม่ใช่การจำกัดสิทธิของผู้บริโภค แต่เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ และความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นหลังออกจากร้าน” นายไพศาล กล่าว

นายไพศาล ยังเน้นว่า ผู้ประกอบการร้านนั่งดื่ม ผับ และบาร์ ควรขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ควรเห็นแก่รายได้เพียงอย่างเดียว โดยละเลยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าหรือบุคคลอื่น หากมีการดื่มจนมึนเมาหนักหรือดื่มเกินเวลา

นักวิชาการชี้ ‘ห้ามดื่มในเวลาห้ามขาย’ เป็นมาตรการคุ้มครองประชาชน

พร้อมกันนี้ นายไพศาลแสดงความเห็นต่อกระแสข่าวเรื่องการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 40 ซึ่งมีการนัดประชุมวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ว่า การเร่งพิจารณาร่างประกาศหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องภายใต้แรงกดดันจากภาคธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และฝ่ายการเมือง ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เนื่องจากองค์ประกอบของคณะกรรมการยังไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด และยังไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

“การออกกฎระเบียบใด ๆ ที่กระทบต่อสาธารณะ ต้องอิงหลักนิติธรรมและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ไม่ควรรีบเร่งภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจหรือการเมือง”

นายไพศาล ย้ำว่า การบังคับใช้มาตรการ “ห้ามดื่มในเวลาห้ามขาย” เป็นกลไกสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของสังคมและผู้ดื่ม ควบคู่กับการส่งเสริมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเหตุรุนแรงในพื้นที่สาธารณะได้อย่างยั่งยืน