
เปิด 5 กับดักใหญ่ "สหกรณ์ครูปทุมธานี" ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 4.75% ไม่ได้
สหกรณ์ครู ปทุมธานี ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 4.75% ไม่ได้ เพราะติดกับดัก 5 เรื่องใหญ่ ด้านการบริหาร ทำให้มีหนี้สูญคงค้างหลายร้อยล้านบาท
นายสำเริง ทองมอญ ประธานกรรมการ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จำกัด เปิดเผยว่า ตนและคณะ เข้ามาบริหารงานสหกรณ์แห่งนี้ ในช่วงปี 2554 ซึ่งขณะนั้นมีสหกรณ์มีปัญหาเข้าขั้นวิกฤติ เปรียบเสมือนเจอกับดัก 5 เรื่องใหญ่ ได้แก่
- ความเสียหายที่เกิดจากสลากกินแบ่งรัฐบาล 296 ล้านบาท ที่ต้องนำมาตั้งเป็นหนี้สูญ แต่ก็มีการเจรจาจนจบได้เป็นที่เรียบร้อย
- ความเสียหายจากการนำเงินไปฝากสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น 1,000 ล้านบาท โดยสามารถตามกลับมาได้ 200 ล้านบาท ขาดอีก 800 ล้านบาท อยู่ระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดี จากนั้นสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการทำให้ยังไม่ได้รับเงินคืน
- ช่วงปี 2554 สหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี มีการปล่อยกู้ 1,800 สัญญา เกือบ 2,000 ล้านบาท กู้คนละ 1-5 ล้าน แต่ในสัญญาระบุให้สมาชิกส่งเงินต้นเพียง 2,000 บาท ทำให้ระยะเวลาใช้คืนตั้งแต่ 50 ปี จนถึง 200 ปี โดยกรรมการชุดใหม่ แก้ปัญหาด้วยการแก้ไขระเบียบให้สมาชิกคืนเงินภายใน 10 ปี กู้ได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยไม่สามารถลดได้ ซึ่งมีเงินต้นกลับมาได้เพียง 1.9 ล้านบาท
- การนำเงินไปฝากที่สหกรณ์การเกษตรหลายแห่ง ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้เงินกลับมา มีการฟ้องร้องเกิดขึ้นแต่ยังไม่คืบหน้า กลายเป็นหนี้สูญเช่นกัน
- กรรมการเดิม ทิ้งคดีไว้ 100 คดี ฟ้องร้องแล้วราว 50 คดี ที่เหลือไม่มีการติดตาม และปล่อยหมดอายุความ รวมถึงมีสัญญาที่ปล่อยทิ้งไว้หมดอายุความราว 100 สัญญา และมีสัญญาที่ยังไม่หมดอายุความอีกเกือบ 100 สัญญา ซึ่งต้องไปคอยติดตาม เป็นหนี้สงสัยจะเป็นหนี้สูญอีก 300 กว่าล้านบาท ก็ติดตามหนี้ที่สัญญาไม่หมดอายุความ
“เงินทุนของเราคือเงินกู้จากธนาคาร ขณะนั้นมี 2,000 ล้านบาท เมื่อเกิดวิกฤติระเบิด 5 ลูกข้างต้น ทำให้ไม่สามารถส่งหนี้ธนาคารได้ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และสมาชิกแห่ถอนเงินออก เพราะเกิดความไม่มั่นใจ ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนเงินทุนอย่างหนัก“
สำหรับการแก้ปัญหาทั้งหมด จุดเริ่มต้นคือการเฟ้นหากรรมการสหกรณ์ชุดใหม่ที่มีความสามารถ และไม่มีประวัติเสียแม้แต่เรื่องเดียวเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จากนั้นเริ่มแก้ปัญหาขาดแหล่งเงินทุนก่อน ด้วยการเปิดตัวโครงการรับรองเงินฝาก และให้ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี จนเริ่มมีเงินไหลกลับเข้ามาจากทุนที่เหลือราว 600 ล้านบาท จนถึงมาได้หลายเท่าตัวในเวลาไม่กี่ปี และต่อมาคือการนำเงินไปใช้หนี้จนหมด จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการฟื้นฟูสหกรณ์
“หลังจากแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แล้ว เราก็ค่อย ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อระดมเงินฝากให้เพิ่มขึ้นจนถึงระดับเกือบ 5 พันล้านบาท และจะพยายามควบคุมเพื่อไม่ให้เกินนี้ เพราะไม่ต้องการเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ เพื่อความตล่องตัว"
ในช่วงต่อมา หลังจากแก้ปัญหาหนี้ธนาคารได้แล้ว แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ยังอยู่ในระดับสูงจากโครงการรับรองเงินฝากที่มีอัตราดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี ซึ่งส่วนนี้ สหกรณ์ได้ทำความเข้าใจกับผู้กู้ว่า ยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในทันที เพราะหากจะลด ต้องไปลดดอกเบี้ยเงินฝากด้วย ก็จะทำให้สมาชิกอาจเกิดความตื่นตระหนก ก็ต้องบริหารจัดการในระยะต่อไป ค่อย ๆ ปรับดอกเบี้ยลง ทำให้ไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ได้ที่ 4.75% ต่อปี
นอกจากนี้ สหกรณ์ยังดำเนินการลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น สวัสดิการของสมาชิกในกรณีเสียชีวิต ไปจนถึงการลดค่าใช้ช่ายการบริหารงานจากเดิม 78 ล้านบาทต่อปี ลงเหลือราว 30 กว่าล้านบาท ทั้งนี้ที่ต้องประหยัด เพราะสหกรณ์มีการตั้งค่าหนี้สูญ 600 กว่าล้านบาท ยาวเป็นระยะเวลา 10 ปี จากการประสบภาวะวิกฤติระเบิด 5 ลูกที่กล่าวไป และภายใต้การบริหารของทีมใหม่สามารถทำกำไรได้ที่ 69.25 ล้านบาท
ณ วันนี้ปล่อยเงินกู้ 3,500 ล้านบาท ถ้าปล่อยที่อัตราดอกเบี้ย 7% จะสร้างรายได้ราว 245 ล้านบาท แต่ถ้าลดดอกเบี้ยลงเหบือ 4.75% จะสร้างรายได้ราว 166 ล้านบาท ส่วนต้นทุนการบริหารราว 70-80 ล้านบาท ดังนั้นกำไรจะหายไปทันที ทำให้จ่ายปันผล และจ่ายหนี้ไม่ได้ตามกำหนด จึงยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ และคงอยู่ในระดับ 7% ต่อปี
ข้อมูลสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี
- เป็นสหกรณ์ขนาดเล็ก
- มีสินทรัพย์อยู่ที่ 4,541 ล้านบาท
อัตราต้นทุนทางการเงิน
ทุนเรือนหุ้น
- มูลค่า 2,100 ล้านบาท
- 46.25% ของเงินทุนรวม
- ต้นทุน (ปันผล) 4.5%
เงินฝาก 2,000 ล้านบาท (44.03% ของเงินทุนรวม)
- ออมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย 0.75% ต่อปี มูลค่า 450 ล้านบาท
- ออมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท
- ออมทรัพย์พิเศษ 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี มูบค่า 50 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี ทุนสำรองอีก 345 ล้านบาท และทุนสะสมอีก 96 ล้านบาท






