
ราชกิจจาฯ ประกาศลดภาษีน้ำมันดีเซล 2.50 บาท เริ่ม 20 ก.ย. ถึงสิ้นปี 66
เฮ! ราชกิจจานุเบกษา ประกาศลดสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล ลง 2.50 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เช็ครายละเอียดน้ำมันแต่ละชนิดคิดภาษีมากแค่ไหน
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 35) พ.ศ.2566 มีสาระสำคัญเป็นการปรับลดภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล ลงประมาณ 2.50 บาทต่อลิตร ตามชนิดของน้ำมันดีเซล มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไปให้กลับมาเก็บภาษีในอัตราเดิม
สำหรับการปรับลดภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล ครั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง แจ้งเหตุผลในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เนื่องจากรัฐบาลมีนโนบายเร่งด่วนในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ประกอบกับปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดมีความผันผวนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีราคาอยู่ที่ 87.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (ปรับเพิ่มขึ้นจาก 71.68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในเดือนมกราคม 2566)
ทั้งนี้ กลไกในการดูแลราคาน้ำมันดีเซลมีอยู่หลายปัจจัย ได้แก่ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และภาษีสรรพสามิต ซึ่งกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นว่า น้ำมันดีเซลถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เป็นต้นทุนในภาคการผลิตสินค้า ไฟฟ้า และภาคการขนส่งในทุกอุตสาหกรรม
จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงจนอาจกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในระดับที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน จึงควรดำเนินมาตรการทางภาษีโดยการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ในบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ประเภทที่ 01.05 รายการน้ำมันดีเซลที่มีกำมะถันและรายการน้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่
โดยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตลดลงประมาณ 2.50 บาทต่อลิตร ตามชนิดของน้ำมันดีเซล โดยให้อนุพันธ์ของน้ำมันดังกล่าวมีการปรับลดอัตราภาษีตามสัดส่วนเนื้อน้ำมันที่ผสมอยู่ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566
อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลัง แจ้งว่า จะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลตามที่นำเสนอแล้ว กระทรวงการคลังจะพิจารณาความเหมาะสมของการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตต่อไปเพื่อให้ฐานะทางการคลังของประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น
สำหรับกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 35) พ.ศ.2566 มีสาระสำคัญเป็นการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ในบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพามิต ประเภทที่ 01.05 รายการน้ำมันดีเซลที่มีกำมะถัน และรายการน้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ โดยกำหนดให้มีอัตราภาษี ดังนี้
- น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.940 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 6.440 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกินร้อยละ 0.005 โดยน้ำหนัก มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.940 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 6.440 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ไม่เกินร้อยละ 4 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.940 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 6.440 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 4 แต่ไม่เกินร้อยละ 7 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.670 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.990 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 7 แต่ไม่เกินร้อยละ 9 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.630 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.930 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 9 แต่ไม่เกินร้อยละ14 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.550 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.800 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 14 แต่ไม่เกินร้อยละ 19 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.360 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.480 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่เกินร้อยละ 19 แต่ไม่เกินร้อยละ 24 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 3.153 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.153 บาท






