
เตือนเหนือ-อีสานฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ระดับน้ำโขงเพิ่มสูง
ฝนถล่มเหนือ-อีสาน เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำโขงเพิ่มสูง
KEY
POINTS
- แจ้งเตือนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เฝ้าระวังฝนตกหนักในช่วงวันที่ 9-11 ส.ค. 69 ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- คาดการณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะเพิ่มสูงขึ้น 1.0-1.5 เมตร ในช่วงวันที่ 8-12 ส.ค. 69 ส่งผลกระทบต่อ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
วันที่ 9 สิงหาคม 2569 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เกาะติดสถานการณ์ภาคอีสาน ณ วันที่ 9 ส.ค. 69 พบฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภาคอีสาน เมียนมา และ สปป.ลาวอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง และระดับน้ำของภาคอีสานเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำโขง
เรดาร์ตรวจอากาศ ณ เวลา 11.15 น. พบว่า ยังมีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ 9-11 ส.ค. 69 จะยังมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งนี้ขอให้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำโขง บริเวณ เลย บึงกาฬ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ได้แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 9-11 ส.ค.69 พร้อมทั้งพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ 48 ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดดังนี้
ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นในแม่น้ำโขง ช่วงวันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2569 โดยสทนช. ได้ติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขง พบว่าเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ประเทศเมียนมา สปป. ลาว ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย คาดการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1.0 - 1.5 ม. ในช่วงวันที่ 8 - 12 สิงหาคม 2569 บริเวณ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนถึง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดริมแม่น้ำโขง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน พร้อมทั้งติดตามระดับน้ำเพิ่มขึ้นในแม่น้ำโขง ระมัดระวังการสัญจรทางน้ำและประกอบกิจกรรมในแม่น้ำโขง บริเวณ 8 จังหวัด ริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ บริเวณ จ.หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM (ปภ.) แจ้งแจ้งเตือนสาธารณภัย ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2569
น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น
- บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม จันทบุรี และ จ.ตราด
น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง
- จ.พะเยา และ จ.น่าน
ดินโคลนถล่ม
- จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย และ จ.น่าน
ระดับแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น
- จ.เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร และ จ.อุบลราชธานี
คลื่นลมแรง
- จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และ จ.ภูเก็ต
อัปเดตสถานการณ์อุทกภัยล่าสุด (8ส.ค.69) หลังฝนถล่มหนัก
จังหวัดเชียงใหม่
- ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้ลำน้ำห้วยแม่วะ เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมขังพื้นที่ อ.พร้าว อ.เวียงแหง อ.เชียงดาว อ.แม่อาย รวม 7 ตำบล 11 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 171 ครัวเรือน นอกจากนี้ในช่วงเช้าฝนที่ตกหนักที่อำเภอแม่แตง ทำให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร และดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 ตำบล (ต.บ้านช้าง ต.กื้ดช้าง ต.ป่าแป๋ว) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว
จังหวัดเชียงราย
- เกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่บริเวณเทศบาลป่าแงะหลังเก่า น้ำได้เอ่อท่วมถนนสาย อ.ป่าแดด ไปยัง อ.พาน หน่วยงานในพื้นที่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และติดตั้งป้ายเตือนในจุดเสี่ยงต่างๆ โดยพรุ่งนี้จังหวัดได้วางแผนใช้เครื่องจักรขุดเปิดทางระบายน้ำและขุดลอกรางระบายน้ำเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหา
จังหวัดลำปาง
- ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม ทำให้ปริมาณน้ำฝนระบายไม่ทัน และไหลเข้าพื้นที่บ้านเรือนประชาชน หมู่ที่ 5 ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ปัจจุบันระดับน้ำลดเข้าสู่สถานการณ์ปกติ
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- ฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ อ.เมืองฯ และ อ.ปาย รวม 6 ตำบล 12 หมู่บ้าน กระแสน้ำไหลเชี่ยวและพัดโครงสร้างสะพานซูตองเป้ บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู ซึ่งใช้สำหรับพระและสามเณรจากวัดภูสมณารามเดินทางออกบิณฑบาต ซึ่งอยู่ระหว่างการซ่อมแซมได้รับความเสียหายเพิ่มเติมจนไม่สามารถสัญจรได้ และน้ำยังไหลเข้าท่วมนาข้าวบริเวณโดยรอบได้รับความเสียหาย ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
จังหวัดลำปาง
- เกิดฝนตกต่อเนื่องทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว
จังหวัดน่าน
- สถานการณ์ภาพรวมของหลายพื้นที่ได้คลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ระดับน้ำในพื้นที่ท่วมขังและลำน้ำสาขาส่วนใหญ่ลดลง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟูทำความสะอาด และสำรวจความเสียหาย เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบ







