ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 2565 วันนี้ 31 ตุลาคม วันสุดท้ายรีบเลย

30 ต.ค. 2565 | 22:59 น.

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 วันนี้ 31 ตุลาคม วันสุดท้าย ลงผ่าน 2 ช่องทาง บนเว็บไซต์ และ หน่วยงานรับลงทะเบียนทั่วประเทศ

วันที่ 31 ตุลาคม 2565  ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 วันนี้ 31 ตุลาคม เป็นวันสุดท้าย สำหรับผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565  โดย กระทรวงการคลัง เปิดให้ลงทะเบียนผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้

 

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565  ทางออนไลน์

  • เว็บไซต์ https:// บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th   หรือ https:// welfare.mof.go.th
  • คลิกไปที่ลงทะเบียน
  • คลิกลงทะเบียน  กรอกเลขที่บัตรบัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก
  • คลิกตรวจสอบข้อมูล
  •  ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2565 - 31 ตุลาคม 2565
  • ระหว่างเวลา 06.00 น. - 23.00 น.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 2565

 

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565  ผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั่วประเทศ ดังนี้

  • สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
  • สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง
  •  ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย
  • สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต
  •  และศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา

 

คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน ดังนี้

  • สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • รายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
  • รายได้เฉลี่ยครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
  • มีทรัพย์สิน : เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐ ไม่เกิน 100,000 บาท/คน
  • ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์(ตามที่กำหนด)
  • ต้องไม่มีบัตรเครดิต
  • มีวงเงินกู้ ที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และ/หรือ วงเงินกู้ ยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท

 

ล่าสุด กระทรวงการคลัง ได้รายงานคืบหน้ามาตรการเยียวยารักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ระยะที่ 2 ประกอบด้วย  จากข้อมูลสะสม ณ วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2565 เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 38.24 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมทั้งสิ้น 41,557.30 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้

  • โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 13.15 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 5,146.60 ล้านบาท
  • โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.07 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 388.34 ล้านบาท.