thansettakij
thansettakij
‘ฟาร์แมกซ์’ตั้งรับเชนยานอก เทงบขยายสาขา/เปิดแอพฯสนองเทรนด์ผู้บริโภค

‘ฟาร์แมกซ์’ตั้งรับเชนยานอก เทงบขยายสาขา/เปิดแอพฯสนองเทรนด์ผู้บริโภค

16 ก.ย. 59 | 09:00 น.
ศูนย์รวมยา"ฟาร์แมกซ์" ลุยพัฒนาระบบไอที เตรียมเปิดตัวแอพพลิเคชัน ซื้อขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รับเทรนด์ผู้บริโภค พร้อมลงทุน 25-30 ล้าน เดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง เผยเปิดเออีซีเชนยาต่างชาติเตรียมบุกตลาดไทย ชิงแชร์ยากว่า 1.36 แสนล้าน

ภ.ก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาร์แมกซ์ รีเทล จำกัด ผู้บริหารร้านขายยาฟาร์แมกซ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชันและระบบไอที สำหรับใช้เป็นช่องทางในการซื้อขายสินค้าที่ไม่ใช่ยา รวมถึงใช้เป็นช่องทางการจัดทำกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) เนื่องจากระบบดังกล่าวจะมีการจัดเก็บข้อมูลสมาชิก ประวัติสุขภาพลูกค้า และการใช้บริการกับทางร้าน

"ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบไอทีและระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงซอฟต์แวร์ต่างๆ ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลและประวัติลูกค้าได้แล้ว แต่ยังไม่ได้เชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ไอที รวมถึงยังพัฒนาระบบไม่สมบูรณ์ จึงต้องลงทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบสมบูรณ์และเชื่อมโยงกันทั้งหมด เพื่อนำมาใช้ทางด้านการทำตลาดได้ แม้ว่าปัจจุบันจะมีสื่อออนไลน์ที่ใช้ครบแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ไลน์ เป็นต้น ซึ่งมีฐานข้อมูลลูกค้าแล้วกว่า 1 หมื่นราย และลูกค้าซื้อสินค้าประจำอย่างต่อเนื่องกว่า 7,000 คน"

คาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะเปิดตัวแอพพลิเคชันดังกล่าวได้ หรืออย่างช้าในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งกลุ่มสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายผ่านแอพพลิเคชัน จะเป็นกลุ่มสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยา อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารทางการแพทย์ และสินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งจะพบว่าปัจจุบันสินค้าต่างๆ ดังกล่าวมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเอง และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่มักจะมีโรคประจำตัวและมีความจำเป็น ที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ ทดแทนการรับประทานอาหารปกติ ทำให้ตลาดมีอัตราการเติบโตด้วยเลข 2 หลัก

ภ.ก.ธัชพล กล่าวอีกว่า การรองรับตลาดที่เติบโตสินค้าอาหารทางการแพทย์ ปีนี้บริษัทจึงได้เพิ่มพื้นที่ขายขึ้นเป็นการเฉพาะในทุกสาขา รวมถึงทำตลาดให้ความรู้กับผู้บริโภค เพื่อเลือกซื้อสินค้าในแต่ละแบรนด์ได้อย่างถูกต้องในแต่ละโรค ซึ่งในอนาคตภายหลังจากพัฒนาแอพพลิเคชันได้สมบูรณ์ จะมีบริการจัดส่งสินค้าด้วยระบบดีลิเวอรีด้วย

ด้านแผนการขยายสาขา บริษัทได้วางแผนการลงทุนขยายสาขาปีละ 5 แห่ง ด้วยงบประมาณการลงทุน 25-30 ล้านบาท หรือเฉลี่ยสาขาละ 5 ล้านบาท ในขนาดพื้นที่ 100-200 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 11 แห่ง โดยปีนี้เปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 3 แห่ง ซึ่งการขยายสาขาในปัจจุบันยังเน้นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก พร้อมกับวางแผนขยายสาขาให้ครบ 20 แห่งภายใน 3 ปี หลังจากนั้นบริษัทจะขยายสาขาออกไปในต่างจังหวัดเพิ่มเติม ส่วนในปีหน้ายังคงวางแผนขยายสาขาอีก 5 แห่งเช่นเดิม

สำหรับตลาดยาในประเทศไทยมีมูลค่าตลาดกว่า 1.36 แสนล้านบาท แบ่งเป็น โรงพยาบาลและคลินิกกว่า 1 แสนล้านบาท และเฉพาะร้านขายยามีมูลค่ากว่า 2.9 หมื่นล้านบาท ไม่รวมเวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีมูลค่ากว่า 4.9 หมื่นล้านบาท มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ส่วนบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20%

ภ.ก.ธัชพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการวิเคราะห์ตลาดร้านขายยาตั้งแต่ปี 2559 - 2561 คาดว่าจะยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มประชากรของประเทศไทยที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่อาจมีเชนยาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business