thansettakij
thansettakij
พรีเมียร์ลีก King of Content (ตอน 2)

พรีเมียร์ลีก King of Content (ตอน 2)

09 ส.ค. 59 | 13:00 น.
การคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของ "ซีทีเอช" ด้วยเงินประมูลสูงเป็นประวัติศาสตร์กว่า 1 หมื่นล้านบาท เป้าหมายหลักคงไม่ใช่แค่การได้คอนเทนต์ ระดับ King ที่จะมาดึงสมาชิกให้พุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวเท่านั้น ซีทีเอช ยังหวังใช้เป็นโอกาสในการสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จัก ในฐานะ "น้องใหม่ไฟแรง (เว่อร์)" และเป็นจริงดังคาด ทันทีที่ผลการประมูลออกมา ชื่อ "ซีทีเอช" ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ และยังกลายเป็นข่าวพาดหัวของทีวีแทบทุกช่อง ชั่วโมงนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก "ซีทีเอช" พร้อมกลับคำถามที่ว่า "ซีทีเอช" คือใคร ทำไมมีเงินก้อนโต และทำไมใจกล้าทุ่มทุนมหาศาล ล้มยักษ์ใหญ่อย่าง "ทรู วิชั่นส์" เจ้าของลิขสิทธิ์เดิมได้อย่างราบคาบ รวมถึงยักษ์ใหญ่ในวงการโทรทัศน์เมืองไทย ที่ยื่นขอร่วมประมูลในครั้งนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ช่อง 7 , อาร์เอส และแกรมมี่

เมื่อย้อนกลับไปดูถึงสาเหตุที่ "ซีทีเอช" กล้าใช้งบลงทุนประมูลจำนวนมากในครั้งนั้นเนื่องจากซีทีเอชเชื่อว่าคอนเทนต์พรีเมียร์ลีกถือเป็นคอนเทนต์ที่ดีที่สุดในโลกและผู้ประกอบรายใดที่ได้ไปสามารถสร้างมูลค่าให้เติบโตเป็นดับเบิ้ลได้ทั้งสิ้น

"วิชัย ทองแตง" เคยให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อซีทีเอชได้คอนเทนต์นี้มา ก็สามารถนำมาต่อยอดได้ทั้งในเรื่องของการแลกหรือขายคอนเทนต์ให้กับผู้ประกอบการรายอื่น และเมื่อยอดสมาชิกทะยานพุ่งขึ้น 100% จาก 3.5 ล้านรายเป็นกว่า 7 ล้านราย ก็สามารถขายเวลาโฆษณาได้แบบสบายๆ และหากพัฒนาให้คอนเทนต์ "พรีเมียร์ลีก" ก้าวไปสู่โมบายแพลตฟอร์ม ก็สามารถโกยเงินได้มหาศาล เพราะสำหรับสาวกไม่ว่าจะเป็นเด็กหงส์ เด็กผี หากได้ฟาดแข้งเมื่อใด ย่อมต้องเกาะติดชมกันแบบสดๆ ไม่มีพลาด เสียเงินแค่เล็กๆ น้อยๆ 300-500 บาทแต่ได้ลุ้นเหมือนเกาะติดขอบสนาม มีหรือจะไม่ยอมจ่าย

นอกจากไทยแล้ว "ซีทีเอช" ยังได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกในกัมพูชา และสปป.ลาวด้วย

เพราะมั่นใจว่าศึกประมูลครั้งนี้กำชัยชนะแน่นอน ทำให้ "ซีทีเอช" เตรียมวางหมากไว้เต็มกระดาน ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเงินกว่า 7,000 ล้านบาท สั่งนำเข้ากล่องรับสัญญาณล็อตใหญ่จากประเทศจีนจำนวนกว่า 2.5 ล้านกล่องมาเตรียมขายล่วงหน้า (ประเมินว่าทันทีที่ประกาศชัยชนะได้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกแล้ว จะมีคอบอลนับหมื่นราย ที่แห่ทิ้งจานแดง หันมาหาจานเขียวแบบทะลักล้น)

เมื่อบวกลบคูณหารแล้ว ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับ "ซีทีเอช" ถึงขนาดปรับเพิ่มจำนวนสมาชิกจากเดิมที่คาดว่าจะมี 7 ล้านราย เป็น 10 ล้านราย ใน 5 ปี

จะว่าไปแล้ว การทุ่มเงินประมูลพรีเมียร์ลีกครั้งนี้เป็นไปตามแผนงานที่ซีทีเอชวางไว้ เพราะเม็ดเงินที่ต้องจ่ายออกไปกว่า 1 หมื่นล้านบาทก็ยังคงอยู่ในประมาณการณ์ที่กำหนด จากก่อนหน้าที่ประกาศใช้งบลงทุน 2 หมื่นล้านบาทในปี 2555-2558

"ซีทีเอชจึงมีเงินเหลือเฟือในการซื้อคอนเทนต์อื่นๆ รวมทั้งติดตั้งโครงข่ายเคเบิล"

"ซีทีเอช" เริ่มเดินหน้าอย่างมั่นใจเต็มร้อย เพราะในช่วงเวลาเพียงแค่ 2 ปีเศษ ก็สามารถประสบความสำเร็จทั้ง 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (จากเดิมที่ไม่ได้รับการรับรอง) การได้พันธมิตรรายใหญ่อย่าง "ไทยรัฐ" เข้าร่วมธุรกิจ และการคว้าลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก King of Content

หลายคนคงคิดว่า "กำชัยชนะตั้งแต่ครั้งแรกที่ร่วมประมูล ก็เหมือนกำชัยชนะบนสนามประลองนี้" แต่สำหรับที่ซีทีเอช อาจไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องนัก .... เพราะอะไร?

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,181 วันที่ 7 - 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business