
มัลลิการ์ฯปั้นไฟติ้งแบรนด์กลุ่มอาหาร เปิด ‘คุ้มกะตังค์’ รับเศรษฐกิจขาลง
เจน 2 "มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด" สยายปีกรุกธุรกิจอาหารราคาประหยัดเปิด "คุ้มกะตังค์" เจาะตลาดล่างรับเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว พร้อมพาร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ บุกตลาดสิงคโปร์สิ้นปีนี้ ก่อนทุ่ม 100 ล้านบาท ขยายสาขาปรับกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาคึกคัก
นายชยพล หลีระพันธ์ กรรมการบริหาร บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านขนมและอาหารไทย อาทิ เย็นตาโฟทรงเครื่อง โดย อ.มัลลิการ์,เรือนมัลลิการ์,ปังยิ้ม,คุ้มกะตังค์ ฯลฯ เปิดเผยว่า แผนงานการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการรุกตลาดในรูปแบบแฟรนไชส์เพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการที่จะสร้างการเติบโต ผ่านคู่ค้าที่มีศักยภาพในตลาด อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าถึงโลเคชั่นใหม่ๆได้ง่ายมากขึ้น โดยล่าสุดเตรียมขยายสาขาร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ 4 สาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ที่สิงคโปร์ในช่วงสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังได้ใช้เม็ดเงินในการลงทุนในปีนี้ราว 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในการรุกตลาดของแบรดน์ในเครืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการขยายสาขามากสุดถึง 7 สาขา สำหรับแบรนด์เย็นตาโฟเครื่องทรง จากปกติขยายเพียง 3-5 สาขาต่อปีเท่านั้น และใช้งบประมาณการลงทุนไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาทต่อสาขา ขณะที่งบประมาณที่เหลือจะถูกใช้ในการจัดกิจกรรมการตลาดรูปแบบต่างๆ ทั้งโปรโมชั่นส่งเสริมการขยาย และการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสมาชิกที่มีอยู่ราว 9,000 ราย รวมถึงเพิ่มเมนูอาหารให้มีความน่าสนใจ อย่าง เย็นตาโฟหม้อไฟ เพื่อต้องการให้ยอดการใช้จ่ายต่อบิลเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น
ล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ "คุ้มกะตังค์" สาขาแรกที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.อเวนิว แจ้งวัฒนะ พื้นที่ 98 ตารางเมตร จำนวน 80 ที่นั่งโดยเน้นจับตลาดกลางลงล่างเป็นหลัก และมีจุดเด่นอยู่ที่ เมนูอาหารจะเป็นจานด่วน จานเดียว ทั้งกินเล่น จานหลัก รวมไปถึงน้ำและขนมหวาน กว่า 50 รายการ ราคาสูงสุดไม่เกิน 59 บาทต่อเมนู และจะเน้นเน้นขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชนส์ผ่านปั๊ม ป.ต.ท. เป็นหลัก ซึ่งหากได้รับการตอบรับจากผ้บริโภคตามเป้าหมายที่วางไว้ก็จะขยายสาขาไปเช่นเดียวกับร้านเย็นตาโฟ ขึ้นอยู่กับทำเลและกลุ่มลูกค้า ซึ่งตามแผนปีนี้น่าจะเห็นเพิ่มอีก 1-2 สาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ จากแผนการดำเนินงานต่อปีจะขยายไม่ต่ำกว่า 4-5 สาขา
"จากภาพรวมเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ชะลอตัวบวกกับการข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหารพอสมควร เนื่องจากผู้บริโภคสามารถสลับเปลี่ยนหมุนเวียนรับประทานได้ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารไทยที่ค่อนข้างได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยทางร้านพบว่ายอดการเข้าใช้บริการลดลง จากเดิม 2 อาทิตย์ครั้งเป็นเดือนละครั้งแทน และมีการรับประทานอาหารนอกบ้านลดน้อยลง ส่วนยอดใช้จ่ายต่อบิลก็ลดลงตามลงมาด้วย ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ในการรุกตลาดด้วยรูปแบบของร้านคุ้มกะตังค์เข้ามา"
อย่างไรก็ตามปัจจุบันร้านอาหารในเครือมัลลิการ์มีทั้งหมด 6 แบรนด์ คือ 1. อ.มัลลิการ์ 2 สาขา และอีก 1 สาขาในลาว 2. เรือนมัลลิการ์ 2 สาขา 3.เย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ 30 สาขา และอีก 2 สาขาในลาว 4. ปาป้า ปอนด์ 2 สาขา 5. ปังยิ้ม 1 สาขา โดยทั้ง 5 แบรนด์จะเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง และล่าสุดคือ 6. คุ้มกะตังค์ 1 สาขา จับกลุ่มระดับกลางลงล่าง รวมทั้งสิ้นมี 38 สาขาโดยมีเป้าหมายรายได้ในสิ้นปีนี้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท จากเป้าหมาย 350 ล้านบาทที่วางไว้ เนื่องจากครึ่งปีแรกกำลังซื้อลดลงอย่างมาก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,180 วันที่ 4 - 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559
นายชยพล หลีระพันธ์ กรรมการบริหาร บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านขนมและอาหารไทย อาทิ เย็นตาโฟทรงเครื่อง โดย อ.มัลลิการ์,เรือนมัลลิการ์,ปังยิ้ม,คุ้มกะตังค์ ฯลฯ เปิดเผยว่า แผนงานการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการรุกตลาดในรูปแบบแฟรนไชส์เพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการที่จะสร้างการเติบโต ผ่านคู่ค้าที่มีศักยภาพในตลาด อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าถึงโลเคชั่นใหม่ๆได้ง่ายมากขึ้น โดยล่าสุดเตรียมขยายสาขาร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ 4 สาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ที่สิงคโปร์ในช่วงสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังได้ใช้เม็ดเงินในการลงทุนในปีนี้ราว 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในการรุกตลาดของแบรดน์ในเครืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการขยายสาขามากสุดถึง 7 สาขา สำหรับแบรนด์เย็นตาโฟเครื่องทรง จากปกติขยายเพียง 3-5 สาขาต่อปีเท่านั้น และใช้งบประมาณการลงทุนไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาทต่อสาขา ขณะที่งบประมาณที่เหลือจะถูกใช้ในการจัดกิจกรรมการตลาดรูปแบบต่างๆ ทั้งโปรโมชั่นส่งเสริมการขยาย และการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสมาชิกที่มีอยู่ราว 9,000 ราย รวมถึงเพิ่มเมนูอาหารให้มีความน่าสนใจ อย่าง เย็นตาโฟหม้อไฟ เพื่อต้องการให้ยอดการใช้จ่ายต่อบิลเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น
ล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ "คุ้มกะตังค์" สาขาแรกที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.อเวนิว แจ้งวัฒนะ พื้นที่ 98 ตารางเมตร จำนวน 80 ที่นั่งโดยเน้นจับตลาดกลางลงล่างเป็นหลัก และมีจุดเด่นอยู่ที่ เมนูอาหารจะเป็นจานด่วน จานเดียว ทั้งกินเล่น จานหลัก รวมไปถึงน้ำและขนมหวาน กว่า 50 รายการ ราคาสูงสุดไม่เกิน 59 บาทต่อเมนู และจะเน้นเน้นขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชนส์ผ่านปั๊ม ป.ต.ท. เป็นหลัก ซึ่งหากได้รับการตอบรับจากผ้บริโภคตามเป้าหมายที่วางไว้ก็จะขยายสาขาไปเช่นเดียวกับร้านเย็นตาโฟ ขึ้นอยู่กับทำเลและกลุ่มลูกค้า ซึ่งตามแผนปีนี้น่าจะเห็นเพิ่มอีก 1-2 สาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ จากแผนการดำเนินงานต่อปีจะขยายไม่ต่ำกว่า 4-5 สาขา
"จากภาพรวมเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ชะลอตัวบวกกับการข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหารพอสมควร เนื่องจากผู้บริโภคสามารถสลับเปลี่ยนหมุนเวียนรับประทานได้ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารไทยที่ค่อนข้างได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยทางร้านพบว่ายอดการเข้าใช้บริการลดลง จากเดิม 2 อาทิตย์ครั้งเป็นเดือนละครั้งแทน และมีการรับประทานอาหารนอกบ้านลดน้อยลง ส่วนยอดใช้จ่ายต่อบิลก็ลดลงตามลงมาด้วย ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ในการรุกตลาดด้วยรูปแบบของร้านคุ้มกะตังค์เข้ามา"
อย่างไรก็ตามปัจจุบันร้านอาหารในเครือมัลลิการ์มีทั้งหมด 6 แบรนด์ คือ 1. อ.มัลลิการ์ 2 สาขา และอีก 1 สาขาในลาว 2. เรือนมัลลิการ์ 2 สาขา 3.เย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ 30 สาขา และอีก 2 สาขาในลาว 4. ปาป้า ปอนด์ 2 สาขา 5. ปังยิ้ม 1 สาขา โดยทั้ง 5 แบรนด์จะเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง และล่าสุดคือ 6. คุ้มกะตังค์ 1 สาขา จับกลุ่มระดับกลางลงล่าง รวมทั้งสิ้นมี 38 สาขาโดยมีเป้าหมายรายได้ในสิ้นปีนี้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท จากเป้าหมาย 350 ล้านบาทที่วางไว้ เนื่องจากครึ่งปีแรกกำลังซื้อลดลงอย่างมาก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,180 วันที่ 4 - 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559






