
สพฉ.แนะใช้โอกาสวันพระ“ทำบุญงดเหล้า” เชื่อทำให้สุขภาพดี
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า การดื่มแอลกอฮอล์มีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ดื่มทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผลกระทบนั้นสามารถเกิดได้กับอวัยวะต่างๆ เช่น ทำให้การทำงานของหัวใจเสื่อมลง หัวใจเต้นผิดปกติ เกิดอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน มีผลเสียต่อกล้ามเนื้อหัวใจ เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินและทำให้เกิดการเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือแก้จากต้นตอ โดยประชาชนอาจถือโอกาสในช่วง 3 เดือนนี้ ทำให้ร่างกายแข็งแรง
แต่ทั้งนี้หากมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ มีอาการจุกเสียดแน่นตรงกลางหน้าอก อึดอัด หายใจไม่สะดวก ปวดร้าวไปที่คอ แขนซ้าย หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หัวใจอาจหยุดเต้นอย่างกะทันหัน ซึ่งหากเราพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอาการดังกล่าวให้ผู้พบเหตุรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือมาที่สายด่วน 1669 และปฐมพยาบาลผู้ป่วยเบื้องต้นด้วยการช่วยฟื้นคืนชีพหรือ CPR ซึ่งการ CPR ที่มีประสิทธิภาพนั้นช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยได้มาก 2-3 เท่า โดยขั้นตอนของการ CPR นั้นให้นำผู้ป่วยนอนราบบนพื้นแข็งและกดนวดหัวใจ โดยกดที่กลางหน้าอก เหยียดแขนตึงตั้งฉากกับผู้ป่วย จากนั้นออกแรงกดให้ลึกประมาณ 2 นิ้ว โดยให้กดต่อเนื่องและสม่ำเสมอด้วยอัตรา 100 ครั้งต่อนาที หรือตามจังหวะเพลงสุขกันเถอะเรา
หากบริเวณที่เราทำการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินมีเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ AED ให้เรานำเครื่อง AED มาใช้กับผู้ป่วยให้รวดเร็วที่สุด ภายใน 3-5นาที โดยวิธีการใช้ให้นำเครื่อง AED มาติดที่ตัวผู้ป่วยตามคำแนะนำที่บอกไว้ที่เครื่อง หยุดรอให้เครื่องวิเคราะห์ผู้ป่วย จากนั้นหากเครื่องแนะนำให้ทำการช็อกไฟฟ้า ห้ามทุกคนสัมผัสตัวผู้ป่วย และกดช็อกที่ตัวเครื่อง AED เมื่อเสร็จแล้วให้ทำการCPR อย่างต่อเนื่องจนกว่าเจ้าหน้าที่ 1669 จะเข้ามาให้การช่วยเหลือ ซึ่งหากเราทำกระบวนการต่างๆ เหล่านี้อย่างรวดเร็วผู้ป่วยฉุกเฉินก็จะมีโอกาสรอดมากยิ่งขึ้น
นพ.อนุชา ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงในช่วงวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชานี้ คือมีวันหยุดยาวถึง 5 วัน ทำให้ประชาชนอาจจะเดินทางกลับบ้าน หรือเดินทางไปไหว้พระทำบุญกันมากขึ้น ดังนั้นย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนด้วย ดังนั้นผู้ใช้รถจะต้องระมัดระวัง เมาไม่ขับ และที่สำคัญต้องมีสติอยู่เสมอ ก็จะทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้
อย่างไรก็ตาม สพฉ. ได้ประสานไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการทั่วประเทศ ให้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 1669 รวมทั้งยังมีแอพลิเคชั่น "EMS1669" ที่พร้อมให้บริการกับประชาชนฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
แต่ทั้งนี้หากมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ มีอาการจุกเสียดแน่นตรงกลางหน้าอก อึดอัด หายใจไม่สะดวก ปวดร้าวไปที่คอ แขนซ้าย หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หัวใจอาจหยุดเต้นอย่างกะทันหัน ซึ่งหากเราพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอาการดังกล่าวให้ผู้พบเหตุรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือมาที่สายด่วน 1669 และปฐมพยาบาลผู้ป่วยเบื้องต้นด้วยการช่วยฟื้นคืนชีพหรือ CPR ซึ่งการ CPR ที่มีประสิทธิภาพนั้นช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยได้มาก 2-3 เท่า โดยขั้นตอนของการ CPR นั้นให้นำผู้ป่วยนอนราบบนพื้นแข็งและกดนวดหัวใจ โดยกดที่กลางหน้าอก เหยียดแขนตึงตั้งฉากกับผู้ป่วย จากนั้นออกแรงกดให้ลึกประมาณ 2 นิ้ว โดยให้กดต่อเนื่องและสม่ำเสมอด้วยอัตรา 100 ครั้งต่อนาที หรือตามจังหวะเพลงสุขกันเถอะเรา
หากบริเวณที่เราทำการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินมีเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ AED ให้เรานำเครื่อง AED มาใช้กับผู้ป่วยให้รวดเร็วที่สุด ภายใน 3-5นาที โดยวิธีการใช้ให้นำเครื่อง AED มาติดที่ตัวผู้ป่วยตามคำแนะนำที่บอกไว้ที่เครื่อง หยุดรอให้เครื่องวิเคราะห์ผู้ป่วย จากนั้นหากเครื่องแนะนำให้ทำการช็อกไฟฟ้า ห้ามทุกคนสัมผัสตัวผู้ป่วย และกดช็อกที่ตัวเครื่อง AED เมื่อเสร็จแล้วให้ทำการCPR อย่างต่อเนื่องจนกว่าเจ้าหน้าที่ 1669 จะเข้ามาให้การช่วยเหลือ ซึ่งหากเราทำกระบวนการต่างๆ เหล่านี้อย่างรวดเร็วผู้ป่วยฉุกเฉินก็จะมีโอกาสรอดมากยิ่งขึ้น
นพ.อนุชา ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงในช่วงวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชานี้ คือมีวันหยุดยาวถึง 5 วัน ทำให้ประชาชนอาจจะเดินทางกลับบ้าน หรือเดินทางไปไหว้พระทำบุญกันมากขึ้น ดังนั้นย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนด้วย ดังนั้นผู้ใช้รถจะต้องระมัดระวัง เมาไม่ขับ และที่สำคัญต้องมีสติอยู่เสมอ ก็จะทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้
อย่างไรก็ตาม สพฉ. ได้ประสานไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการทั่วประเทศ ให้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 1669 รวมทั้งยังมีแอพลิเคชั่น "EMS1669" ที่พร้อมให้บริการกับประชาชนฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง






