thansettakij
thansettakij
“ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์” บนเส้นทางธุรกิจ เดินหน้าปั้น “Arc 9 Capital”

“ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์” บนเส้นทางธุรกิจ เดินหน้าปั้น “Arc 9 Capital”

“ภูรัตน์” ทายาท ‘เพชร โอสถานุเคราะห์’ เดินหน้าปั้น “Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ทรานส์ฟอร์ม ‘LACO’ จากสินค้าโภคภัณฑ์และรับจ้างผลิตสู่ธุรกิจอาหาร ขยายอาณาจักร ‘โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก’ สยายปีกรร.นานาชาติ SGIS ในไทย

KEY

POINTS

  • ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ก่อตั้ง Arc 9 Capital ซึ่งเป็นบริษัท Private Equity ที่มุ่งลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพ โดยเน้นการสร้างมูลค่าในระยะยาว
  • บริษัทได้เข้าลงทุนในธุรกิจหลากหลายที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เช่น ธุรกิจเกษตรแปรรูป (LACO), ธุรกิจสุขภาพสัตว์เลี้ยง (โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก) และธุรกิจการศึกษา (โรงเรียนนานาชาติ SGIS)
  • กลยุทธ์ของ Arc 9 Capital คือการเข้าไปเป็นพันธมิตรเพื่อช่วยปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจ ทั้งการพัฒนาแบรนด์ ขยายตลาดต่างประเทศ และนำเทคโนโลยีมาต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโต

นายภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน Arc 9 Capital กล่าวว่า Private Equity คือการลงทุนที่มองศักยภาพและผลประกอบการของธุรกิจจริง มากกว่าความผันผวนของราคาหุ้นในตลาดแต่ละวัน เรานำเงินทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพ แล้วร่วมสร้างมูลค่าในระยะยาว ผลตอบแทนจึงมาได้ทั้งจากการเติบโตของกิจการ

การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการขายให้กับนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยบริษัทมุ่งลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเป็นบวก และมีศักยภาพเติบโต ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว อาทิ ธุรกิจสุขภาพและอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี รวมถึงธุรกิจครอบครัวที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน Arc 9 Capital

ร่วมลงทุนเกษตรแปรรูป

“Private Equity ไม่ควรหยุดอยู่แค่การนำเงินเข้าไปลงทุน แต่คือการปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจ ทั้งการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เปิดตลาดใหม่ ดึงทีมบริหารที่ใช่ วางกลยุทธ์ และนำเงินทุน เทคโนโลยี ข้อมูล และเครือข่ายเข้าไปช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วและแข็งแรงขึ้น”

โดย Arc 9 Capital ลงทุนในรูปแบบกลุ่มผู้ร่วมลงทุน ร่วมกับ Development Bank of Japan (DBJ) และครอบครัวผู้ก่อตั้ง LACO หรือบริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรแช่แข็ง และผู้รับจ้างผลิต (OEM) ครบวงจรสำหรับถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็ง ให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Trader Joe's ซึ่งปัจจุบัน LACO มีสัดส่วนการผลิตราว 11% ของปริมาณการผลิตถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งทั่วโลก และคาดว่าจะมีรายได้ในปี 2569 มากกว่า 2,000 ล้านบาท

 แผนงานในอนาคต LACO จะทรานส์ฟอร์มธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์และรับจ้างผลิต ไปสู่ธุรกิจอาหารที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์ LACO อยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ตั้งแต่ถั่วแระญี่ปุ่นอบกรอบ ผลไม้แช่แข็งเคลือบช็อกโกแลต อาหารพร้อมรับประทาน

ไปจนถึงสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารโปรตีนสูงสำหรับตลาดต่างประเทศ พร้อมนำทรัพย์สินทางปัญญาและแบรนด์ระดับโลก เช่น My Melody และ Kuromi จาก Sanrio มาสร้างความแตกต่าง เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็งและถั่วแระญี่ปุ่นจากสินค้าเกษตรพื้นฐานสู่สินค้าอุปโภคบริโภคที่สร้างคุณค่าแบรนด์ และเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากขึ้น

ผลิตภัณฑ์ภายใต้การร่วมทุนของบริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด

พัฒนาแบรนด์ เพิ่มมูลค่า

“Arc 9 Capital จะเข้าสนับสนุนและต่อยอดแผนงานของทีมบริหาร ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ การขยายตลาดและช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศ ตลอดจนการพิจารณาโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ Arc 9 Capital ยังร่วมเสนอแนวคิดและโอกาสใหม่เพื่อเสริมแผนการเติบโตของบริษัท

เช่น การใช้ Brand Ambassador เพื่อสร้างการรับรู้และมูลค่าให้กับแบรนด์ และการศึกษาช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศโดยตรง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการต่อยอดจุดแข็งด้านการผลิตของ LACO ไปสู่ธุรกิจอาหารที่มีแบรนด์และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น”

นายภูรัตน์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังสนใจเข้าลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันพบว่า Pet Healthcare มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเข้าลงทุนในโรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก ซึ่งปัจจุบันเติบโตเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลสัตว์เอกชนใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทยตามขนาดรายได้จากบริการทางการแพทย์ และเดินหน้าหาโอกาสขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องผ่านการเข้าซื้อกิจการ (M&A) โรงพยาบาลสัตว์ที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพสัตว์คุณภาพสูงในวงกว้างยิ่งขึ้น

“ปัจจุบันไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยนไป เมื่อคนแต่งงานน้อยลงและอัตราการเกิดลดลง ขณะที่คนเลี้ยงสัตว์มากขึ้น วันนี้หลายครอบครัวดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากลูก และคาดหวังการรักษาที่มีคุณภาพ ใส่ใจ และไว้วางใจได้ จึงเชื่อว่าธุรกิจสุขภาพสัตว์เลี้ยงยังมีโอกาสที่จะเติบโตและขยายตัวได้อย่างระยะยาว”

การลงทุนของ Arc 9 Capital กับพันธมิตร

ชู AI ต่อยอดพัฒนาระบบ

โดยการขยายเครือข่ายดำเนินไปควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการรักษาให้เป็นหนึ่งเดียวในทุกสาขา ผ่านการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Practice Guidelines) ที่รวบรวมองค์ความรู้ของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามาจัดเป็นระบบ พร้อมวางระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงประวัติการรักษา ผลตรวจ และการใช้ยา เพื่อให้การรักษาต่อเนื่องและแม่นยำขึ้น และให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลในมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเข้ารับบริการที่สาขาใด

 ในอนาคตบริษัทจะมุ่งพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ ทั้งการสรุปข้อมูลผู้ป่วย ค้นหาแนวทางการรักษา และติดตามเคส โดยการตัดสินใจทางคลินิกยังคงเป็นของสัตวแพทย์ เป้าหมายไม่ใช่การใช้เทคโนโลยีแทนแพทย์ แต่คือการช่วยให้แพทย์มีเวลาใส่ใจผู้ป่วยและเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง คือความมั่นใจว่าสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

 นายภูรัตน์ เล่าให้ฟังถึงการเดินหน้าของโรงเรียนนานาชาติ  Singapore Global International School  หรือ SGIS ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกับ Principals Academy จากสิงคโปร์ว่า บริษัทมุ่งนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการศึกษา “Authentic Singapore” มาพัฒนาหลักสูตรและการบริหารโรงเรียนในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ครอบครัวเข้าถึงการศึกษานานาชาติคุณภาพสูง

ในค่าเล่าเรียนที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมผสมผสานความเข้มข้นทางวิชาการแบบเอเชีย เข้ากับการเรียนรู้แบบองค์รวมและความคิดสร้างสรรค์แบบตะวันตก โดยไม่ลืมรากและคุณค่าแบบไทย เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมั่นใจ ทั้งในห้องเรียนและบนเวทีโลก     

โดยแคมปัสแรกย่านศรีนครินทร์เริ่มก่อสร้างได้ราว 2 เดือน มีนักเรียนสมัครแล้วกว่า 100 คน มีค่าเล่าเรียนเริ่มต้นประมาณ 295,000 บาทต่อปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง และความต้องการทางเลือกการศึกษาที่สมดุลระหว่างคุณภาพระดับสากลกับความคุ้มค่า ซึ่งบริษัทและพันธมิตรอยู่ระหว่างศึกษาการขยาย SGIS ทั้งวิทยาเขตใหม่ในกรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นในประเทศไทย รวมถึงการนำแนวทางการศึกษาของ SGIS ไปสู่ประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้นักเรียนรุ่นใหม่เข้าถึงการศึกษาคุณภาพสูงได้ในวงกว้างยิ่งขึ้น

โรงเรียนนานาชาติ  Singapore Global International School  หรือ SGIS

สยายปีกลงทุนเครือข่ายภูมิภาค

นายภูรัตน์ กล่าวว่า การลงทุนเหล่านี้สะท้อนแนวทางของ Arc 9 Capital ที่ไม่ได้จำกัดบทบาทแค่การจัดสรรเงินทุน แต่เน้นการสร้างความร่วมมือ นำองค์ความรู้จากต่างประเทศมาต่อยอด สร้างระบบและเทคโนโลยี และเชื่อมบริษัทในพอร์ตเข้ากับเครือข่ายระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยบริษัททำงานร่วมกับบริษัทในพอร์ตครอบคลุมตั้งแต่ M&A การขยายตลาดต่างประเทศ การวางแผนสืบทอดกิจการ

การเสริมทีมบริหารและธรรมาภิบาล การเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน การปรับโครงสร้างเงินทุน การสร้างระบบข้อมูลและนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับบริบทและเป้าหมายของแต่ละบริษัท

 “จุดเด่นที่ทำให้ Arc 9 Capital แตกต่าง คือการมีทีมที่มีประสบการณ์ทั้งด้าน Private Equity, M&A, วาณิชธนกิจ การบริหารธุรกิจ และการสร้างธุรกิจจริง บริษัทจึงไม่ได้มองบริษัทผ่านตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เข้าใจทั้งมุมของนักลงทุนและเจ้าของกิจการ ตั้งแต่การหาโอกาสเติบโต การสร้างความร่วมมือ ไปจนถึงโจทย์ที่ซับซ้อนอย่างการสืบทอดธุรกิจ การสร้างทีมใหม่

 โดยบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับสถาบันชั้นนำของไทย รวมถึง Asia Plus เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในตลาดเอกชนได้มากขึ้นในอนาคต ด้วยเครือข่ายและความเข้าใจตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย”

สำหรับนายภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ หล่อหลอมจากประสบการณ์ในธุรกิจครอบครัวโอสถานุเคราะห์ เริ่มต้นเส้นทางการทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ที่ SHM บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการในสหราชอาณาจักร และเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Shiseido Thailand ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ประธานผู้ก่อตั้ง Dib Bangkok และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Oventure Group (บริษัทบริหารทรัพย์สินครอบครัวและการบริหารเชิงกลยุทธ์) ถือประกาศนียบัตรด้านการบริหารความมั่งคั่งและการธนาคารจาก Wealth Management Institute ประเทศสิงคโปร์ และสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมเสียงจาก Middlesex University สหราชอาณาจักร