thansettakij
thansettakij
สสว. เปิดผลสำเร็จแคมเปญ “UNLOCK สัญจร 4 ภาค ปลดล็อก SME ไทย”

สสว. เปิดผลสำเร็จแคมเปญ “UNLOCK สัญจร 4 ภาค ปลดล็อก SME ไทย”

06 ก.ย. 69 | 03:35 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ย. 69 | 03:36 น.

สสว. เผยความสำเร็จแคมเปญ “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” หลังเดินสายสัญจร 4 ภูมิภาค นำองค์ความรู้และสิทธิประโยชน์เข้าถึงผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 7,000 คน

KEY

POINTS

  • สสว. จัดแคมเปญ “UNLOCK สัญจร 4 ภาค” เพื่อเชื่อมโยงโอกาสและแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ โดยใช้กลไก "กุญแจ 5 ดอก" (แหล่งทุน, ความรู้, ตลาด, ข้อมูล, นโยบาย) เป็นแนวทางหลัก
  • กิจกรรมสัญจรใน 4 ภูมิภาค (เชียงใหม่, สงขลา, ชลบุรี, ขอนแก่น) มีผู้เข้าร่วมกว่า 7,000 คน โดยแต่ละพื้นที่มีแนวคิดเฉพาะเพื่อส่งเสริมจุดแข็งของท้องถิ่น
  • ใช้กลยุทธ์สื่อสารผ่านผู้ประกอบการตัวจริงที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Entrepreneurial Role Models) มาแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง
  • ผลสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เข้าร่วม แต่เน้นผลลัพธ์เชิงคุณภาพ เช่น การสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐและเอกชน การนำความรู้ไปปรับใช้ และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าบทบาท "The Growth Connector" ผ่านการจัดกิจกรรมสัญจรลงพื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อรับฟังปัญหาและส่งมอบโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านกุญแจปลดล็อก 5 ดอก

สสว.จัดแคมเปญ “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย”

สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย

1. ปรับเปลี่ยนทัศนคติภาครัฐสู่ "The Growth Connector" และการขับเคลื่อนด้วยกุญแจ 5 ดอก

การเปิดตัวแคมเปญภาพลักษณ์ใหม่ “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” ซึ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนบทบาทองค์กรภาครัฐเชิงยุทธศาสตร์ สสว. ได้วางตำแหน่งตนเองเป็น “The Growth Connector” หรือผู้เชื่อมโยงโอกาสการเติบโต โดยมีเป้าหมายเพื่อทลายข้อจำกัดทางธุรกิจของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ทั่วประเทศ

  • โครงสร้างการสนับสนุนในแคมเปญนี้ถูกยึดโยงอยู่บนกุญแจสำคัญ 5 ดอก ได้แก่:
  • แหล่งเงินทุน: การเข้าถึงทุนเพื่อการขยายและหมุนเวียนในระบบ
  • ความรู้และคำปรึกษา: การเพิ่มทักษะการบริหารจัดการและการแก้ปัญหาเชิงลึก
  • โอกาสทางการตลาด: การขยายช่องทางการขายทั้งในและต่างประเทศ
  • ข้อมูลและสิทธิประโยชน์: การให้ข้อมูลข่าวสารเชิงลึกและมาตรการช่วยเหลือจากรัฐ
  • นโยบายรัฐ: การสนับสนุนเชิงโครงสร้างและการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการทำธุรกิจ

การบูรณาการองค์ความรู้ เครื่องมือ และโอกาสทางธุรกิจเหล่านี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ

2. ยุทธศาสตร์สัญจร 4 ภูมิภาค: การปรับกลยุทธ์ตามศักยภาพท้องถิ่น

ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 สสว. ได้ดำเนินงานเชิงรุกด้วยการลงพื้นที่ 4 ภูมิภาคยุทธศาสตร์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานรวมกันมากกว่า 7,000 คน การจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและจุดแข็งเฉพาะถิ่น ดังนี้:

  • ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่): จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เป็นแต้มต่อของธุรกิจ” ได้รับเกียรติจาก นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน โดยมีการลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการใน อ.แม่แตง และ อ.สันทราย เพื่อรับฟังปัญหาเรื่องการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ นำไปสู่นโยบายการมอบหมายให้ สสว. สร้างแพลตฟอร์ม e-Commerce ของไทย เพื่อลดต้นทุนค่าธรรมเนียมแก่ผู้ประกอบการ

สสว. จัดแคมเปญ “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” สัญจร 4 ภูมิภาค

  • ภาคใต้ (อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา): จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปิดประตูการค้าชายแดน เชื่อมธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก” เน้นการใช้ประโยชน์จากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เพื่อการค้าข้ามแดน
  • ภาคตะวันออก (จ.ชลบุรี): จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับซัพพลายเชนท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่โอกาสธุรกิจไร้ขีดจำกัด” มุ่งเน้นการดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.ขอนแก่น): จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ส่งพลังท้องถิ่น สู่จุดแข็งบนเวทีโลก” สรุปปิดท้ายการสัญจรด้วยการผลักดันภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่อินเตอร์

3. เครื่องมือสนับสนุนและกลยุทธ์การสื่อสารผ่าน Entrepreneurial Role Models

ภายในงานสัญจร สสว. ได้นำเสนอกิจกรรมเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน ประกอบด้วย:

  • นิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟ: นำเสนอข้อมูลเชิง visual และดิจิทัล
  • บูธให้คำปรึกษาธุรกิจจากศูนย์ OSS (One-Stop Service): ให้บริการคำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เวทีเสวนา The Unlock Stage: พื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ

กลยุทธ์สำคัญของเวที The Unlock Stage คือการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็น “ผู้ประกอบการตัวจริง” (Entrepreneurial Role Models) มาทำหน้าที่ถ่ายทอดกลยุทธ์และประสบการณ์ตรง โดยแบ่งตามพื้นที่ดังนี้:

  • กรุงเทพฯ (งานเปิดตัว): คุณไอซ์พาดี้-ภาวิดา (แบรนด์ Happy Sunday), ป้าตือ-สมบัษร (ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพลักษณ์และออร์แกไนเซอร์), คุณวิท-วริศ (แบรนด์ซิงซิงหม่าล่า)
  • จ.เชียงใหม่: คุณมาวิน ทวีผล (ธุรกิจฟู้ดคอนเทนต์)
  • อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา: คุณเคน-ภูภูมิ (ธุรกิจเบเกอรี่และคาเฟ่ Ken Phu Pang)
  • จ.ชลบุรี: คุณดัง-ณัฎฐ์ฐชัย (ธุรกิจสร้างสรรค์ขนมโฮมเมด NAVORI)
  • จ.ขอนแก่น: คุณต้าห์อู๋-พิทยา (แบรนด์โกโก้ในตำนาน)

การดึงอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้มาเป็นผู้ถ่ายทอด ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการย่อยเนื้อหาทางการตลาด การบริหารจัดการต้นทุน และการแก้ปัญหาธุรกิจจริง ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและคนรุ่นใหม่สามารถเข้าใจและนำความรู้ไปปรับใช้ได้ทันที อีกทั้งยังช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ

กิจกรรมในแคมเปญ “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย”

4. ตัวดัชนีวัดผลความสำเร็จและการต่อยอดเชิงยุทธศาสตร์

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. ได้ระบุถึงเกณฑ์การวัดความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ว่า ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเลขจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 7,000 คนเท่านั้น แต่มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ ได้แก่:

  1. การสร้างการรับรู้บทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของ สสว.
  2. การสร้างความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างภาครัฐและเอกชน
  3. การนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้จริงในองค์กร
  4. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Connection) เพื่อการต่อยอดธุรกิจในอนาคต

การดำเนินแคมเปญ “สสว. UNLOCK” ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโมเดลการทำงานเชิงรุกที่เน้นการรับฟังโจทย์จริงจากพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายและการสร้างเครื่องมือที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ SME ไทยอย่างตรงจุด