
พาณิชย์ ผนึก สสว. ติดอาวุธ SMEs เปิด DFT+ ฝ่าศึกการค้าโลก
คต. จับมือ สสว. เปิดโครงการ DFT+ ปั้นผู้ประกอบการ SMEs 80 ราย เสริมทักษะใช้ FTA สร้างเครือข่ายธุรกิจ และพาบุกฮ่องกงจับคู่การค้า หวังยกระดับจาก Local สู่ Global เพิ่มโอกาสส่งออกไทย
KEY
POINTS
- กรมการค้าต่างประเทศ (พาณิชย์) ร่วมมือกับ สสว. เปิดตัวโครงการ DFT+ (Local to Global) เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SMEs
- โครงการมีเป้าหมายเพื่อติดอาวุธความรู้ สร้างเครือข่าย และขยายโอกาสทางการค้าให้ SMEs สามารถขยายธุรกิจและแข่งขันในตลาดโลกได้
- กิจกรรมหลักประกอบด้วยการอบรมเชิงลึก การสร้างเครือข่ายในประเทศ (จ.สงขลา) และการศึกษาตลาดพร้อมจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ (ฮ่องกง)
กรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวโครงการ Local to Global หรือ DFT+ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เชื่อมโยงโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า โครงการ Local to Global หรือ DFT+ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. ประจำปีงบประมาณ 2569 และเป็นกลไกสำคัญของกรมฯ ในการขับเคลื่อนนโยบายของ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายโอกาสทางการค้า และผลักดันสู่ตลาดโลก
SMEs กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 99 ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ สร้างการจ้างงานกว่า 13.65 ล้านคน หรือร้อยละ 69 ของการจ้างงานทั้งหมด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าร้อยละ 35 ของ GDP และมีมูลค่าการส่งออกกว่า 1.38 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจาก สสว.) สะท้อนให้เห็นว่า SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง กฎระเบียบการค้าที่ซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ SMEs ไทยจำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ ความเข้าใจกติกาการค้า การใช้ประโยชน์จาก FTA การเข้าถึงโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ
ต่อยอดความสำเร็จโครงการ YEN-D และ BenF
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ YEN-D และ BenF สู่การสร้างแพลตฟอร์มการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “DFT+ บวกโอกาส ให้ SMEs ไทย”ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การอบรมเชิงลึก การสร้างเครือข่ายและศึกษาศักยภาพด้านการค้าและการลงทุน ณ จังหวัดสงขลา และปิดท้ายด้วยกิจกรรมศึกษาตลาดและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผ่านการเข้าร่วมงาน HKTDC Food Expo PRO 2026 การพบปะองค์กรการค้าระหว่างประเทศ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการสร้างโอกาสขยายตลาดส่งออก
"SMEs ไทยมีศักยภาพและมีสินค้าที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก แต่ในโลกการค้ายุคใหม่ การมีสินค้าที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการต้องมีองค์ความรู้ เข้าใจกฎระเบียบการค้า ใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มที่ รู้เท่าทันเทคโนโลยี มีเครือข่ายพันธมิตร และเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจที่แท้จริง DFT+ จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการอบรม แต่เป็นการ 'บวกความรู้ บวกเครือข่าย บวกโอกาส และบวกความมั่นใจ' เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตจาก Local สู่ Global ได้อย่างเป็นรูปธรรม กรมการค้าต่างประเทศพร้อมเป็นพันธมิตรที่อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกก้าวของการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก" นางอารดาฯ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการ DFT+ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs ไทย 80 ราย จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ อาหารและเกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าไลฟ์สไตล์ ที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญด้านการค้าระหว่างประเทศ อาทิ BOI กรมศุลกากร EXIM Bank สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
รวมถึงหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางการค้าและรายได้ พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป





