
สสว.เร่งปั้น SMEs สีเขียว รับมือ CBAM เปิดเกมธุรกิจใหม่ ดันมูลค่าเศรษฐกิจ 69 ล้าน
สสว.เร่งปั้น SMEs ไทยสู่ธุรกิจสีเขียว รับกติกาโลกใหม่ ดันยอดเศรษฐกิจ 69 ล้านบาท เดินหน้าลดต้นทุนเพิ่มแต้มต่อ เพิ่มโอกาสในการส่งออก
KEY
POINTS
- สสว. ผลักดันผู้ประกอบการ SMEs สู่ธุรกิจสีเขียว เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการการค้าโลกใหม่ เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
- โครงการให้การสนับสนุน SMEs อย่างครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การทวนสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด
- สสว. เตรียมจัดกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยง SMEs กับผู้ให้บริการสินเชื่อสีเขียวและเทคโนโลยีสะอาด ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่น้อยกว่า 69 ล้านบาท
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการต่อยอดการยกระดับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ในปี 2569 หลังดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึง 7 รุ่นทั่วประเทศ
โดยมุ่งเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการผ่านการนำกลุ่มผู้ประกอบการภาคการผลิตและเกษตรแปรรูป ซึ่งปัจจุบันบริบทเศรษฐกิจและการค้าทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับมิติความยั่งยืนอย่างเข้มงวด ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าหลักเร่งบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและกติกาการค้าใหม่ เช่น สหภาพยุโรปที่เริ่มใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และข้อบังคับต่อต้านการฟอกเขียว (EU Greenwashing Directive) ที่มีบทลงโทษปรับสูง
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเน้นสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายราคาส่วนเพิ่ม (Sustainability Premium) ให้แก่สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9.7% แรงกดดันดังกล่าวทำให้การปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจไปสู่ธุรกิจสีเขียวไม่ใช่เรื่องของการทำCSR หรือการกุศลอีกต่อไป แต่คือกลยุทธ์หลักทางธุรกิจในการสร้างแต้มต่อทางการตลาด (Green Competitive Advantage) เพื่อขยายฐานลูกค้าและเข้าถึงซัพพลายเชนยุคใหม่ในเวทีสากล
สำหรับความคืบหน้าของโครงการส่งเสริม SMEs ตามแนวทางธุรกิจสีเขียวในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของ MSME ไทยที่ตื่นตัวรับมือกับกติกาโลกใหม่ โดย สสว. เชื่อว่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือภาระต้นทุน แต่คือแต้มต่อทางการแข่งขันที่สำคัญในปัจจุบัน การที่ สสว. เข้ามาช่วยสนับสนุนตั้งแต่การประเมิน Green SME Index การให้คำปรึกษาเชิงลึก ไปจนถึงการช่วยทวนสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล เช่น CFO, CFP, Green Hotel และ Green Production โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จะช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มศักยภาพ ลดต้นทุนในกระบวนการผลิต (Green = Lean) และเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่โปร่งใส
นอกจากนี้ การที่ สสว. ผลักดันให้ผู้ประกอบการได้ออกสู่ตลาดจริงผ่าน Grand Halal Bangkok 2026 ทำให้พบว่าสินค้าสีเขียวของไทยมีตลาดรองรับและได้รับความสนใจจากคู่ค้าอย่างมาก และการมุ่งสู่ปลายทางถัดไปในงานไทยเที่ยวไทย จะยิ่งช่วยต่อยอดสร้างรายได้และขยายโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
และยังส่งต่อผู้ประกอบการภาคบริการ การท่องเที่ยว และ Wellness เข้าสู่การขยายตลาดในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 ช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ โดยทั้ง 2 งานดังกล่าวสามารถสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการได้ถึง 1.5 ล้านบาท
เตรียมจัด Business Matching
ในขั้นตอนต่อไปของโครงการ สสว. เตรียมจัดกิจกรรม Business Matching ประสานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ประกอบการ SMEs ไปยังผู้ให้บริการธุรกิจสีเขียว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับหน่วยตรวจรับรองมาตรฐาน สถาบันการเงินชั้นนำเพื่อเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green Finance)
รวมถึงผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวให้สมบูรณ์ โดยคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจรวมไม่น้อยกว่า 69 ล้านบาท สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ต่อไป







