
แอร์เอเชีย ค้างหนี้ ขาดทุนอ่วม 6 พันล้าน หนี้พุ่ง 150,000 ล้าน รัฐบาลมาเลเซีย ถกแผนรับมือ
จับตา แอร์เอเชีย กำลังเผชิญปัญหาวิกฤตสภาพคล่องทางการเงิน ค้างหนี้ ขาดทุนอ่วม 6 พันล้าน หนี้สิน 150,000 ล้าน เหตุจากต้นทุนน้ำมัน พุ่งสูงขึ้นถึง 66% ในไตรมาส 2 ปีนี้ รัฐบาลมาเลเซียถกผนฉุกเฉินรับมือ งานนี้กระทบหุ้น AAV ดิ่ง
KEY
POINTS
- แอร์เอเชียเผชิญวิกฤตสภาพคล่องทางการเงิน โดยมีผลขาดทุนในไตรมาส 2 ราว 6.7 พันล้านบาท และมีหนี้สินหมุนเวียนสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท
- รัฐบาลมาเลเซียกำลังหารือแผนฉุกเฉินกับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์และบาติกแอร์ เพื่อเตรียมรองรับเส้นทางและผู้โดยสารหากสถานการณ์ของแอร์เอเชียรุนแรงขึ้น
- สายการบินอยู่ระหว่างการระดมทุนสูงสุด 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ พร้อมวงเงินสินเชื่อในประเทศอีก 700 ล้านริงกิต เพื่อปรับโครงสร้างหนี้
- ควบคู่ไปกับการปรับลดต้นทุน เช่น การคืนเครื่องบิน และตัดเส้นทางบินที่ไม่มีประสิทธิภาพ
- แอร์เอเชีย นอกจาก ค้างหนี้ Malaysia Airports Holdings Berhad อย่างน้อย 4,100 ล้านบาท ยังค้างเงินค่าตั๋ว AAV อยู่กว่า 14,000 ล้านบาท
สำนักข่าวรอยเตอร์ รอยเตอร์รายงานว่า สายการบิน 'แอร์เอเชีย' หรือ AIRASIA กำลังเผชิญปัญหาวิกฤตสภาพคล่องทางการเงิน โดย แหล่งข่าวของ Reuters ระบุว่า AirAsia มียอดค้างชำระต่อ Malaysia Airports Holdings Berhad อย่างน้อย 500 ล้านริงกิต หรือประมาณ 4,100 ล้านบาท สำหรับค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าลงจอดและค่าจอดอากาศยาน
จับตา แอร์เอเชีย เผชิญปัญหาวิกฤตสภาพคล่อง
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/69 AirAsia รายงานผล ขาดทุนสุทธิ 831 ล้านริงกิต ราว 6,724 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นถึง 66% สู่ค่าเฉลี่ย 183 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในไตรมาส 2 ของปีนี้
ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 สายการบินมีหนี้สินหมุนเวียน 18,400 ล้านริงกิต หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท และมีเงินสดกับเงินฝากธนาคาร 954 ล้านริงกิต หรือประมาณ 7,800 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดสถานะทางการเงินทั้งหมดได้อย่างอิสระ
AirAsia จัดหาเงินทุนสูงสุด 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ AirAsia อยู่ระหว่างจัดหาเงินทุนสูงสุด 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ พร้อมวงเงินสินเชื่อในประเทศอีก 700 ล้านริงกิต เพื่อปรับโครงสร้างหนี้
ขณะที่แหล่งข่าว 2 รายประเมินว่า AirAsia อาจต้องการเงินทุนใหม่อย่างน้อย 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ สายการบินยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจ
ทั้งยังมีการตัดเส้นทางที่มีประสิทธิภาพต่ำ ส่งคืนเครื่องบินเก่า 25 ลำให้ผู้ให้เช่า และเจรจาสัญญากับซัพพลายเออร์เพื่อลดต้นทุน
โดยรัฐบาลมาเลเซีย ยังพิจารณาทางเลือกอื่น รวมถึงการให้หลักประกันบางรูปแบบเพื่อสนับสนุนการระดมทุนจากนักลงทุนภายนอก ขณะที่รายละเอียดของมาตรการช่วยเหลือยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ขณะที่บริษัทระบุว่าแผนระดมทุนดังกล่าวเพียงพอต่อความต้องการ และการดำเนินงานยังเป็นไปตามปกติ
รัฐบาลมาเลย์ ถกมาเลเซีย แอร์ไลน์-บาติกแอร์ รับมือหาก แอร์เอเชีย มีปัญหารุนแรงขึ้น
ล่าสุดสื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลมาเลเซียกำลังหารือกับ มาเลเซียแอร์ไลน์ (Malaysia Airlines) และ บาติกแอร์ (Batik Air) ถึงความเป็นไปได้ในการรองรับเส้นทางและผู้โดยสารภายในประเทศของ แอร์เอเชีย หากสถานการณ์ทางการเงินของสายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ของประเทศมีความรุนแรงขึ้น
โดยการหารือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงการคลังมาเลเซียและผู้ห้บริการสนามบิน Malaysia Airports Holdings Berhad (MAHB) ท่ามกลางความกังวลต่อฐานะทางการเงินของ AirAsia
รายงานระบุว่า Malaysia Airlines และ Batik Air แสดงความพร้อมที่จะขยายการดำเนินงานเพื่อรับเส้นทางและผู้โดยสารของ AirAsia แทนการเข้าซื้อกิจการทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากต้องเข้ารับช่วงการดำเนินงานในวงกว้าง ทั้งสองสายการบินต้องสามารถเช่าเครื่องบินเพิ่มเติมได้
เนื่องจากการรับเส้นทางและผู้โดยสารโดยไม่มีเครื่องบินรองรับจะทำได้ยาก ขณะที่ AirAsia มีสัดส่วนประมาณ 40% ของตลาดการบินโดยรวมในมาเลเซีย และ 60% ของตลาดเที่ยวบินภายในประเทศ
ราคาหุ้น AAV ดิ่ง 10.42%
อีกทั้งในวันนี้จากกระแสข่าวดังกล่าว ทำให้ราคาหุ้น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ณ เวลา 10:12 น. อยู่ที่ระดับ 0.86 บาท ลบ 0.10 บาท หรือ 10.42% สูงสุดที่ระดับ 0.96 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 0.84 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 130.80 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเชิงลบต่อ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV หลังมีรายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน
ของกลุ่ม AirAsia แม้ประเมินว่า ไทยแอร์เอเชีย ซึ่ง AAV ถือหุ้น 100% จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนิน
ธุรกิจ แต่ยังมีความเสี่ยงทางอ้อมที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การสูญเสียความได้เปรียบ เชิงการแข่งขันจากเครือข่ายเส้นทางบินของกลุ่ม AirAsia
อำนาจต่อรองในการสั่งซื้อเครื่องบิน รวมถึงความร่วมมือด้านต่าง ๆ ภายในกลุ่ม ซึ่งหากสถานการณ์ทางการเงินของ
AirAsia รุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของ ไทยแอร์เอเชีย ในระยะถัดไป
อีกทั้งจากงบไตรมาส 2/69 กลุ่ม AAV มีลูกหนี้จากบริษัทที่เกี่ยวข้องกันในมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้รับเงินค่าโดยสารแทนประมาณ 14,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8,374 ล้านบาท ณ สิ้นปี 68 และ 12,132 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสแรก
ทั้งนี้จำนวนข้างต้น แบ่งเป็น ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 6,411 ล้านบาท, ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน 7,322 ล้านบาท, ค้างเกิน 3 เดือน 295 ล้านบาท รวมยอดค้างชำระ 7,617 ล้านบาท หรือประมาณ 0.59 บาทต่อหุ้น







