
KResearch ชี้ สงครามตะวันออกกลาง ดันราคาวัสดุก่อสร้าง ไตรมาส2 พุ่ง 8%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ ดัชนี CMI- PPI มี.ค.เร่งตัว รับแรงกดดันพลังงาน คาดไตรมาส 2 ราคาวัสดุก่อสร้างพุ่ง 5-8% สูงสุดหลังโควิด ซ้ำเติมผู้รับเหมา
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่หลังวิกฤตโควิด สะท้อนความเปราะบางของต้นทุนที่ผูกโยงกับพลังงานโลก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็นลูกโซ่
ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมีนาคม 2569 พบว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ขยายตัว 6.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.7% จากเดือนก่อนหน้า แตะระดับ 114.5 ขณะที่ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (CMI) ปรับเพิ่ม 2.6% (YoY) และ 2.9% (MoM) อยู่ที่ระดับ 108.5
การเร่งตัวดังกล่าว มีจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งผลักดันราคาวัตถุดิบและพลังงานสูงกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ผ่านมา
ในเชิงโครงสร้าง วัสดุก่อสร้างที่มีผลต่อต้นทุนรวมกว่า 94% ต่างทยอยปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยกลุ่ม “วัสดุก่อสร้างอื่น ๆ” ปรับขึ้นสูงสุด 8.7% รองลงมาคืออุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา (+3.2%) ซีเมนต์ (+2.5%) และผลิตภัณฑ์คอนกรีต (+1.7%) ขณะที่เหล็กซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดในต้นทุน (24.7%) เพิ่มขึ้น 1.2%
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางหมวดที่ราคาปรับลดลง เช่น สุขภัณฑ์ (-2.5%) และวัสดุฉาบผิว (-1.7%) แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันโดยรวมของต้นทุน
สำหรับโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในไทย ซึ่งมีอยู่ราว 150,000 ราย พบว่า “ค่าวัสดุก่อสร้าง” เป็นต้นทุนหลักสูงถึง 45% รองลงมาคือหมวดอื่น ๆ 31% ค่าแรงงาน 10% และพลังงาน-ขนส่ง 6%
เมื่อรวมต้นทุนวัสดุก่อสร้าง พลังงาน และขนส่งเข้าด้วยกัน จะมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของต้นทุนรวม ส่งผลให้การปรับขึ้นของราคาปัจจัยเหล่านี้กระทบโดยตรงต่อกำไรและสภาพคล่องของผู้ประกอบการ
KResearch ประเมินว่า แนวโน้มในไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาวัสดุก่อสร้างยังมีโอกาสปรับเพิ่มต่อในกรอบ 5–8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มเหล็ก คอนกรีต และซีเมนต์ ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรม
ในมิติธุรกิจ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กมีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและการบริหารต้นทุน ขณะที่โครงการก่อสร้างระยะยาวอาจเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนผันผวน ทำให้เกิดการเลื่อนหรือชะลอการลงทุน







