thansettakij
thansettakij
ราคาวัสดุก่อสร้างขยับ ซีเมนต์พุ่ง 5.6% รับดีมานด์โครงการรัฐ

ราคาวัสดุก่อสร้างขยับ ซีเมนต์พุ่ง 5.6% รับดีมานด์โครงการรัฐ

16 มี.ค. 2569 | 03:13 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 2569 | 04:05 น.

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ก.พ.69 ขยับ 0.3% ซีเมนต์พุ่ง 5.6% รับดีมานด์โครงการรัฐ ขณะที่เหล็กลด 1.6% จากอุปทานล้นตลาดโลก พาณิชย์คาดมี.ค.แนวโน้มทรงตัว

KEY

POINTS

  • ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวสูงขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ราคาหมวดซีเมนต์ปรับตัวสูงขึ้น 5.6% เนื่องจากฐานราคาในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำ และความต้องการใช้ในโครงการภาครัฐ
  • ราคาหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 1.6% เนื่องจากมีอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลก ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 105.4 สูงขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน 

โดยดัชนีราคาหมวดที่สูงขึ้นภาพรวมเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างภาครัฐ และมีต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น 

หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้น 0.2% จากการสูงขึ้นของราคาวงกบประตู บานประตู และบานหน้าต่าง จากต้นทุนการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบ (ไม้แปรรูป) สูงขึ้น 

หมวดซีเมนต์ สูงขึ้น 5.6% สูงขึ้นจากราคาปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป เนื่องจากฐานราคาปีที่ผ่านมาต่ำ หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 1.7% จากการสูงขึ้นของราคาพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ท่อระบายน้ำคอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) สูงขึ้น และมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐเพิ่มขึ้น

หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 1.6% จากการลดลงของราคาเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H ท่อเหล็กกลวงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และท่อเหล็กดำ เนื่องจากมีอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกสูง จากการเพิ่มกำลังการผลิตเหล็ก ในหลายประเทศ (จีน อินเดีย เวียดนาม) ทำให้มีการแข่งขันราคากับเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ 

หมวดกระเบื้อง ลดลง 0.9% จากการลดลงของราคากระเบื้องเคลือบบุผนัง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น 

หมวดสุขภัณฑ์ ลดลง 2.6% จากการลดลงของราคาอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และราวจับสเตนเลส เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง 

หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลง 1.9% จากการลดลงของราคาสีน้ำอะครีลิค ทาภายใน สีทาถนนชนิดสะท้อนแสงและไม่สะท้อนแสง ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี ผงสี) 

หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 2.6% จากการสูงขึ้นของราคาสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐเพิ่มขึ้น 

หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลง 3.0% จากราคายางมะตอยตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมีนาคม 2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 จากหลายปัจจัย ดังนี้ 

  • การขยายตัวของการก่อสร้างภาครัฐทั้งโครงการใหม่และโครงการต่อเนื่อง 
  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 สถาบันการเงินจึงทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อาจช่วยให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวในระยะสั้น 
  • ราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เนื่องจากมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน