
NEO ผนึก ม.แม่ฟ้าหลวง ปั้นกาแฟ ‘เกอิชา’ ดันนวัตกรรมท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจยั่งยืน
NEO รุกกลยุทธ์ R&D ผนึก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปั้นกาแฟ ‘เกอิชา’ เกษตรมูลค่าสูง พร้อมเปลี่ยนเปลือกกาแฟทิ้งเป็นนวัตกรรมกรองน้ำภายใต้แนวคิด Circular Economy สร้างน้ำสะอาด ลดค่าใช้จ่ายชุมชน
KEY
POINTS
- บริษัท NEO ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วิจัยและพัฒนากาแฟอะราบิกาสายพันธุ์พรีเมียม ‘เกอิชา’ เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล
- โครงการมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
- นำนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ โดยแปรรูปเปลือกกาแฟเหลือทิ้งให้เป็นถ่านกัมมันต์สำหรับระบบกรองน้ำสะอาดในชุมชน
ตลาดกาแฟในประเทศไทยปี 2568-2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องโดยมีมูลค่าแตะระดับกว่า 65,000–67,000 ล้านบาท โดยตลาดกาแฟสดได้รับความนิยมสูงและมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากการบริโภคเฉลี่ยกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี แม้จะมีการแข่งขันสูงและต้นทุนวัตถุดิบผันผวน แต่ธุรกิจร้านกาแฟยังคงน่าสนใจและดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ซึ่ง “กาแฟพรีเมียม” กลายเป็นดาวเด่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกร โดยเฉพาะกาแฟอะราบิกาสายพันธุ์ “เกอิชา” ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล และกำลังถูกนำมาต่อยอดเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนไทย
โดยบริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มจาก “ทรัพยากรท้องถิ่นไทย” ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยกระดับงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งพัฒนากาแฟอะราบิกาสายพันธุ์พรีเมียม “เกอิชา” สู่มาตรฐานสากล ควบคู่การเสริมองค์ความรู้เกษตรมูลค่าสูงให้ชุมชนบนพื้นที่สูง จ.เชียงราย เพื่อเพิ่มรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ บริษัทยังต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยการพัฒนา “เปลือกกาแฟ” ให้กลายเป็นถ่านกัมมันต์ใช้ในระบบกรองน้ำ ช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนให้เข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นวัตกรรมคือหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรในประเทศ ร่วมกับสถาบันการศึกษา ภาครัฐ และชุมชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
หนึ่งในความสำเร็จสำคัญ คือโครงการพัฒนากาแฟ “เกอิชา” ในพื้นที่หมู่บ้านแม่จันใต้ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ซึ่งมุ่งศึกษาพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม การจัดการแปลง และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน จนสามารถยกระดับผลผลิตสู่กลุ่มวัตถุดิบคุณภาพสูง เพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน โครงการแปรรูปเปลือกกาแฟเป็นถ่านกัมมันต์สำหรับกรองน้ำในชุมชนบ้านดอยช้าง ช่วยลดต้นทุนการจัดหาน้ำสะอาด ลดการใช้สารกรอง และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในระยะยาว สะท้อนการเปลี่ยน “ของเหลือทิ้ง” ให้เป็นทรัพยากรที่สร้างคุณค่าทั้งด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม
นายสุทธิเดช ระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การลงทุนด้านวิจัยในประเทศถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน และเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคต
สำหรับระยะยาว NEO ตั้งเป้าต่อยอดงานวิจัยสู่การพัฒนาสินค้าอุปโภคที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในทุกมิติ ควบคู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ และวางรากฐานระบบนิเวศที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชน งานวิจัย และภาคธุรกิจ
“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนว่า NEO ไม่ได้มุ่งเพียงผลกำไรระยะสั้น แต่ต้องการยกระดับทรัพยากรไทยสู่มาตรฐานสากล สร้างรายได้ที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน”







