
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 แสนล้าน 5 ปี ปั้นบิ๊กโปรเจกต์ ผุดเมืองใหม่รังสิต 750 ไร่
เซ็นทรัลพัฒนาทุ่ม 1.1 แสนล้านบาท ตามแผน 5 ปี ดันบิ๊กโปรเจกต์ ผุดเมืองใหม่รังสิต 750 ไร่ ดัน "Future-Led Ecosystem" ขยาย 33 มิกซ์ยูสทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- เซ็นทรัลพัฒนาประกาศแผนลงทุน 5 ปี (2569-2573) ด้วยงบประมาณ 1.1 แสนล้านบาท
- ตั้งเป้าขยายโครงการมิกซ์ยูสให้ครบ 33 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2573 เพื่อสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ
- เดินหน้าพัฒนาโครงการระดับ Mega-scale เพื่อพลิกโฉมเมืองหลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่น ย่านรังสิต, พระราม 9 และลาดพร้าว-พหลโยธิน
- มีแผนปรับโฉมและขยายโครงการสำคัญในต่างจังหวัด เช่น เซ็นทรัล บางนา, เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และภูเก็ต
25 มีนาคม 2569 นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มบจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนาประกาศวิสัยทัศน์ ‘A Future-Led Ecosystem’ การพัฒนาแห่งอนาคต พร้อมเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผน 5 ปี มูลค่า 110,000 ล้านบาท (ปี 2569–2573) และคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 2573 เพื่อสร้างงานและกระจายรายได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำรวมกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง
นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนา ได้พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับ Mega-scale Urban Transformation Projects เพื่อสร้างเมืองคุณภาพชีวิตที่ดี สร้าง A Future-Led Ecosystem และพร้อมประกาศ Landmark Masterplans เพื่อยกระดับการพัฒนาเมือง ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ และประเทศไทยสู่ระดับโลก
เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ ได้พัฒนาเมืองตาม Strategic Ring ครอบคลุมทุกมุมเมือง ตั้งแต่ย่าน Super Core CBD ที่มีทั้ง centralwOrld, Central Embassy และ Central Park แลนด์มาร์กใหม่ระดับโลก เชื่อมชิดลม-ราชประสงค์-สีลม-พระราม 4 พร้อมแผนต่อเนื่องสู่พระราม 1 เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ สู่ Global Magnet
ขณะเดียวกันยังขยายศักยภาพไปยังย่านพระราม 9 และลาดพร้าว–พหลโยธิน รวมถึงการพลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือด้วยการสร้างเมืองที่ดีที่สุดแห่งอนาคตระดับที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพัฒนา
สำหรับโครงการมิกซ์ยูสระดับ Mega-scale Urban Transformation Projects หัวใจสำคัญของแผนครั้งนี้คือโครงการพัฒนาเมืองใหม่ย่านรังสิต ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัล บนที่ดินขนาด 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน ทางด่วนโทลล์เวย์ มอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-โคราช และอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงรังสิต-ธรรมศาสตร์
โครงการถูกออกแบบตามแนวคิด Livable Urban Design โดยอ้างอิงเกณฑ์เมืองน่าอยู่ระดับโลก ครอบคลุมทั้งพื้นที่สีเขียว การออกแบบสำหรับคนทุกวัย ระบบการจัดการเมือง และโครงข่ายที่รองรับการเดินและลดการใช้ยานพาหนะ โดยมี Super Regional Mall เป็นแกนกลาง
ทั้งนี้ในกรุงเทพฯ บริษัทยังประกาศโครงการมิกซ์ยูส Central GR9 บนที่ดิน 73 ไร่ ย่านพระราม 9 พื้นที่รวม 1.1 ล้านตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และอาคารสำนักงาน 3 แห่ง ได้แก่ G Tower, R House และ The Ninth Tower โดยเฟสแรกจะปรับโฉมศูนย์การค้าและขยายพื้นที่รีเทล กำหนดเปิดช่วงต้นปี 2571 ส่วนเฟสถัดไปมีแผนพัฒนาที่พักอาศัย
อีกหนึ่งโครงการในกรุงเทพฯ คือการรวมย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน ให้เป็น "The Central District" โดยผนวก Central Ladprao เข้ากับโครงการพัฒนาใหม่ชื่อ "The Central" พหลโยธิน รวมพื้นที่ดิน 96 ไร่ พื้นที่รวมประมาณ 770,000 ตารางเมตร ใกล้เคียงกับขนาดของเซ็นทรัลเวิลด์
สำหรับโครงการที่เปิดตัวในปี 2569 มี 2 แห่ง ได้แก่ Central Northville ในนนทบุรี บนที่ดิน 59 ไร่ พื้นที่รวม 210,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้าและคอนโด PHYLL ใช้แนวคิด Biophilic Design กำหนดเปิดเดือนกรกฎาคม 2569 และ Central Khonkaen Campus ในขอนแก่น บนพื้นที่ 30 ไร่ พื้นที่รวม 62,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย
ศูนย์การค้า คอนโด PHYLL สูง 33 ชั้น และ GO! Hotel แห่งแรกในภาคอีสาน ตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่นและโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยศูนย์การค้าจะเปิดให้บริการวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดเผยแผนปรับโฉมโครงการสำคัญในต่างจังหวัด ประกอบด้วย Central Bangna โฉมใหม่บนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 300,000 ตารางเมตร รวมรีเทล ออฟฟิศ และที่พักอาศัย กำหนดเปิดไตรมาส 4 ปี 2569, Central Chiangmai Airport ที่ปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี บนพื้นที่ 130 ไร่ พื้นที่รวม 173,000 ตารางเมตร
โดยพัฒนาเป็น Mixed-Use Lifestyle Destination รวมพื้นที่รีเทล ศูนย์ประชุม และแหล่งท่องเที่ยว และ Central Phuket ที่มีแผนขยายบนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม 500,000 ตารางเมตร โดยตั้งเป้าพัฒนาเป็น Downtown District ใหม่ที่ผสาน Luxury Lifestyle, Hospitality, ที่พักอาศัย และ Cultural Experiences
ด้านธุรกิจโรงแรม บริษัทระบุว่าภายในสิ้นปี 2569 จะมีโรงแรมรวม 17 แห่งทั่วประเทศ โดยปีนี้จะเปิดใหม่ 5 แห่งที่ขอนแก่น นครสวรรค์ เชียงราย เชียงใหม่ และอยุธยา รวมถึง Oakwood Central Hat Yai ในช่วงปลายปี ขณะที่ธุรกิจที่พักอาศัยปัจจุบันมีโครงการ 53 แห่งใน 21 จังหวัด พร้อมเปิดคอนโด PHYLL ที่ขอนแก่นและนครปฐมในปีนี้
ปัจจุบัน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนามีโครงการรวม 142 แห่ง ประกอบด้วยศูนย์การค้า 45 แห่ง คอมมูนิตี้มอลล์ 16 แห่ง อาคารสำนักงาน 11 แห่ง โรงแรม 17 แห่ง และโครงการที่พักอาศัย 53 แห่ง มีผู้ใช้บริการรวมกว่า 510 ล้านครั้งต่อปี และนักท่องเที่ยวอีก 70 ล้านครั้งต่อปี บริษัทระบุว่าได้สร้างการจ้างงานในระบบกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง และวางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593






