
CPN ขานรับประหยัดพลังงาน ดึงกว่า 200 แบรนด์ดังร่วมรณรงค์ ขยายระบบ AI เพิ่ม 20 สาขา
“เซ็นทรัลพัฒนา” ขานรับนโยบายประหยัดพลังงาน ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป–โซลาร์คาร์พอร์ต 35 โครงการลดใช้ไฟฟ้ากว่า 50 ล้านหน่วย/ปี เตรียมขยายระบบ AI เพิ่ม 20 สาขา ลดใช้พลังงานได้ 20 ล้านหน่วย/ปี
KEY
POINTS
- เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ขานรับนโยบายประหยัดพลังงานของภาครัฐ โดยเตรียมลงทุนนำเทคโนโลยี AI มาใช้บริหารจัดการระบบปรับอากาศ
- มีแผนขยายการติดตั้งระบบ AI เพิ่มอีก 20 สาขาภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่ติดตั้งแล้ว 2 สาขา
- คาดว่าการใช้เทคโนโลยี AI จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 20 ล้านหน่วยต่อปี
หลังครม. มีมติให้ข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) พร้อมออกมาตรการประหยัดพลังงานในที่ทำงาน โดยให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26 องศาเซลเซียส และรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ถอดสูทในการประชุม สั่งระงับการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ ยกเว้นภารกิจที่จำเป็นอย่างยิ่ง พร้อมเชิญชวนให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ทำให้ภาคเอกชนหลายแห่ง ต่างขานรับนโยบายประหยัดพลังงานตามไปด้วย
นางสาวอุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล Head of Excellence & Sustainable Development บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนนโยบายการประหยัดพลังงานของภาครัฐ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการพัฒนาสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบัน บริษัทได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้ง Solar Rooftop และ Solar Carport ในศูนย์การค้าทั่วประเทศแล้ว 35 โครงการ จากเป้าหมาย 43 โครงการ มีกำลังการผลิตพลังงานสะอาดรวมกว่า 40 เมกะวัตต์ สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ มากกว่า 50 ล้านหน่วยต่อปี
พร้อมกันนี้ บริษัทยังยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ LED Lighting 100% ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา, การปรับเปลี่ยนมาใช้ เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง และการนำ เทคโนโลยี AI มาช่วยบริหารจัดการระบบปรับอากาศ เพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละช่วงเวลา เป็นต้น
ปัจจุบันระบบ AI ได้ติดตั้งแล้วที่ เซ็นทรัล อยุธยา และเซ็นทรัล พระราม 9 และมีแผนขยายอีก 20 สาขาภายในปีนี้ ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ มากกว่า 20 ล้านหน่วยต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินโครงการ Green Partnership ร่วมกับแบรนด์และร้านค้ากว่า 200 ร้านค้า เพื่อส่งเสริมการลดการใช้พลังงานภายในศูนย์การค้าอย่างเป็นระบบ จากมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทสามารถ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 189,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) เมื่อเทียบกับปีฐานที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน เซ็นทรัลพัฒนายังพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็น พื้นที่ใช้ชีวิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น พื้นที่ co-working space (At work) สำหรับการทำงานใกล้บ้าน เพื่อลดการเดินทางระยะไกล รวมถึงการติดตั้ง EV Charging Station เพื่อสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ











