thansettakij
thansettakij
สงครามเดือดฉุดการบินโลก ยกเลิก 4 หมื่นไฟลต์ ตั๋วแพงทะลุ 70%

สงครามเดือดฉุดการบินโลก ยกเลิก 4 หมื่นไฟลต์ ตั๋วแพงทะลุ 70%

24 มี.ค. 69 | 09:29 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 09:29 น.

วิกฤตตะวันออกกลางป่วนอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก เที่ยวบินยกเลิก-ดีเลย์กว่า 40,000 เที่ยว น้ำมันพุ่ง 76% ดันค่าตั๋วแพง 70% กระทบท่องเที่ยวไทยเสี่ยงชะลอ

วิกฤตความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมการบินโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินที่สำคัญของโลก

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เส้นทางการบินที่เชื่อมโยงกับตะวันออกกลางมีความหนาแน่นสูง โดยมีเที่ยวบินเฉลี่ยราว 20,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วโลก ครอบคลุมประเทศสำคัญ อาทิ จอร์แดน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม 2569 ได้ส่งผลให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือเผชิญความล่าช้า โดยพบว่า มีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 40,000 เที่ยวบิน จากแผนเดิม 564,779 เที่ยวบิน ลดลงเหลือ 524,779 เที่ยวบิน

สงครามเดือดฉุดการบินโลก ยกเลิก 4 หมื่นไฟลต์ ตั๋วแพงทะลุ 70%

ผลกระทบดังกล่าวยังลุกลามไปยังผู้โดยสารจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในสนามบินหลักของภูมิภาค ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 700,000 คนต่อวัน และมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ

สำหรับประเทศไทย แม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบผ่านเครือข่ายการบิน โดยในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 18 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินที่เกี่ยวข้องถูกยกเลิกหรือเกิดความล่าช้ามากกว่า 1,000 เที่ยวบิน

นอกเหนือจากผลกระทบด้านการปฏิบัติการบินแล้ว ต้นทุนการดำเนินธุรกิจของสายการบินยังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวขึ้นถึง 76% ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน จากระดับ 93.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนมกราคม เพิ่มเป็น 99.4 ดอลลาร์ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ และทะยานขึ้นแตะ 175 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงกลางเดือนมีนาคม

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวได้ถูกส่งผ่านมายังผู้บริโภคโดยตรง โดยค่าโดยสารเครื่องบินเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 70% และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อุตสาหกรรมการบินจะเผชิญแรงกดดันใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ต้นทุนที่สูงขึ้นจนกระทบกระแสเงินสดของสายการบิน ราคาตั๋วที่สูงขึ้นจนบั่นทอนความต้องการเดินทาง และความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน

ผลกระทบดังกล่าวมีแนวโน้มลุกลามไปยังภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศไทยที่พึ่งพาการเดินทางระหว่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยเฉพาะจากยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา