
ญี่ปุ่นยังฉ่ำ คนไทยแห่ค้นหาทริป 'ซากุระ' เพิ่ม 57% ปักหมุดจ่อบิน 78%
Klook เผยดัชนีความพร้อมเที่ยวฤดูใบไม้ผลิปี 2569 ชี้คนไทย 78% ปักหมุดไปญี่ปุ่น แต่ออกนอกเส้นทางเดิมมุ่งสู่ ฟุกุโอกะ-นาโกย่า มากขึ้น หวังเลี่ยงความแออัดและสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่แบบ Real Time
KEY
POINTS
- Klook เผยข้อมูลคนไทยค้นหาทริปชมซากุระสำหรับปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 57% โดยญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่ง
- เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ที่มาแรงคือการเดินทางไปหลายเมืองในทริปเดียว (Multi-destination) ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมสำรวจเมืองรองมากขึ้น เช่น ฟุกุโอกะ นาโกย่า และฮิโรชิม่า
- นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กังวลเรื่องความแออัดและการพลาดชมช่วงซากุระบานเต็มที่ จึงนิยมวางแผนการเดินทางระยะสั้นเพื่อความยืดหยุ่น
- Klook ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวด้วยการเปิดตัวโครงการ "Chief Sakura Officer" เพื่อรายงานสถานการณ์ซากุระแบบเรียลไทม์ และมีบริการรับประกันคืนเงินหากดอกไม้ไม่บาน
การท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิในภูมิภาคเอเชียเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังแพลตฟอร์มจองกิจกรรมท่องเที่ยวระดับเอเชียอย่าง Klook เปิดเผยข้อมูลว่า ยอดการค้นหากิจกรรมท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับ “ซากุระ” เพิ่มขึ้นถึง 57% ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนักท่องเที่ยวไทยที่เริ่มวางแผนทริปชมดอกไม้บานล่วงหน้า ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค
ข้อมูลดังกล่าวมาจาก Sakura Readiness Index หรือดัชนีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งต่อยอดจากงานวิจัย Travel Pulse ที่ใช้ติดตามพฤติกรรมการวางแผนเดินทางของนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ในช่วงไฮซีซั่นของเอเชีย
ผลสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงเลือก ญี่ปุ่น เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 78% ตามมาด้วย เกาหลีใต้ 52% และ จีน 42% ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักเดินทางคือการได้สัมผัสความงดงามของดอกซากุระที่บานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ในแต่ละปี
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจ Travel Pulse ปี 2569 ที่ระบุว่า “ประสบการณ์ตามฤดูกาล” เช่น การชมดอกไม้บาน หรือการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีความสวยงามเฉพาะช่วงเวลา เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสมากที่สุดในปีนี้
เทรนด์ใหม่ปี 2569 “เที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว”
นอกจากแรงดึงดูดจากธรรมชาติในช่วงฤดูกาลแล้ว ข้อมูลจาก Sakura Readiness Index ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการท่องเที่ยวในยุคใหม่ ที่นักเดินทางต้องการใช้เวลาในแต่ละทริปให้คุ้มค่ามากขึ้น
หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นคือ การเดินทางแบบหลายจุดหมายปลายทาง (Multi-destination travel) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเลือกเที่ยวเพียงเมืองหลักหรือเมืองรอง นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกผสมผสานทั้งสองรูปแบบไว้ในทริปเดียว
ผลสำรวจ Travel Pulse ของ Klook ระบุว่า เกือบ 4 ใน 5 ของนักท่องเที่ยวมีแผนเดินทางไปยังหลายเมืองในหนึ่งทริป สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวแบบจุดหมายเดียว ไปสู่การเดินทางที่เปิดโอกาสให้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ ระหว่างทาง
ในบริบทนี้ เมืองใหญ่จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางสุดท้าย แต่กลายเป็น “ประตู” สู่การสำรวจเมืองและภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ข้อมูลภายในของ Klook ยังพบว่า จุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ได้แก่
- ญี่ปุ่น ได้แก่ ฟุกุโอกะ นาโกย่า และฮิโรชิม่า
- เกาหลีใต้ ได้แก่ คยองกีโด คังวอนโด และคยองจู
- จีน ได้แก่ ชิงหย่วน อิ๋นชวน และลี่เจียง
จุดหมายเหล่านี้สะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเหนือจากเมืองท่องเที่ยวหลัก
นักท่องเที่ยวกังวลความแออัด แต่ยังต้องการความยืดหยุ่น
แม้ว่าฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมสูงในการเดินทางแต่ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญกับ ความยืดหยุ่นในการวางแผนทริป เมื่อสอบถามถึงความกังวลในการเดินทางช่วงไฮซีซั่น พบว่า
- 47% กังวลเรื่องความแออัดในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
- 41% กังวลว่าจะพลาดช่วงเวลาที่ดอกไม้บานเต็มที่
อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลมากนักเกี่ยวกับปัจจัยอื่น เช่น สภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ หรือราคาที่เพิ่มขึ้นในช่วงพีคซีซั่น
พฤติกรรมที่น่าสนใจอีกประการคือ 7 ใน 10 ของนักท่องเที่ยววางแผนจองกิจกรรมหรือทัวร์ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือนก่อนการเดินทาง สะท้อนเทรนด์การจองกิจกรรมระยะสั้น เพื่อให้สามารถปรับแผนตามการพยากรณ์ช่วงดอกไม้บานและสภาพอากาศได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
Klook เปิดตัว “Chief Sakura Officer” เกาะติดสถานการณ์ซากุระแบบเรียลไทม์
Marcus Yong รองประธานฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Klook กล่าวว่า การท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิสะท้อนให้เห็นถึงนักเดินทางที่มีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น โดยต้องการทั้งความยืดหยุ่นในการวางแผนและประสบการณ์ที่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือการลิ้มลองอาหารประจำภูมิภาค
จากอินไซต์ดังกล่าว Klook จึงเปิดตัวโครงการ Chief Sakura Officer ในช่วงแคมเปญฤดูใบไม้ผลิ โดยคัดเลือกผู้ร่วมโครงการ 25 คนจาก 43 เมืองทั่วโลก ลงพื้นที่ใน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ จีน ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 10 เมษายน 2569
ทีม Chief Sakura Officer จะรายงานสถานการณ์ซากุระจากสถานที่จริง พร้อมแชร์คำแนะนำและประสบการณ์การเดินทางแบบ Real Time ผ่านช่องทางอินสตาแกรม @klooktravel_th เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถติดตามสถานการณ์ดอกไม้บานและวางแผนทริปได้แม่นยำมากขึ้น
นอกจากนี้ Klook ยังร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือโปรแกรมทัวร์เอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับ Everland สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้
โปรแกรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าชม Secret Garden เพื่อชมซากุระในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน พร้อมกิจกรรมพิเศษ เช่น การชมการแสดงดอกไม้ไฟ และทัวร์นำชมจุดชมวิวที่มีผู้คนไม่พลุกพล่าน
ขณะเดียวกัน Klook ยังเปิดตัวบริการ Bloom Back Guarantee สำหรับทัวร์ชมซากุระใน ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อบริการเสริมผ่านแพลตฟอร์ม หากดอกซากุระไม่บานตามช่วงเวลาที่มีการพยากรณ์อย่างเป็นทางการ จะได้รับ เงินคืน 30% เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการวางแผนทริป
ทั้งนี้ โครงการและบริการต่าง ๆ สะท้อนความพยายามของ Klook ในการนำ ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยว มาพัฒนาเป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริง ช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนการท่องเที่ยวได้อย่างยืดหยุ่น สะดวก และมั่นใจมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของเอเชีย











