

KEY
POINTS
ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงของอุตสาหกรรมความงามไทย Tiara Beauty แบรนด์เครื่องสำอางที่ก่อตั้งโดย นางสาว สุวพัชญ์ อิทธิพหลภัสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง เลือกใช้กลยุทธ์ “โฟกัสเฉพาะหมวด” แทนการกระจายสินค้า เพื่อสร้างการเติบโตในตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนมาก
นางสาว สุวพัชญ์ ระบุว่า จุดเริ่มต้นของในอุตสาหกรรมความงามเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าออนไลน์ควบคู่กับงานประจำ โดยใช้โซเชียลมีเดียและ Personal Branding เป็นเครื่องมือหลักในการขายสินค้า ก่อนจะสามารถสร้างยอดขายระดับ 100–200 ล้านบาทต่อปี ภายในระยะเวลา 3 ปี จากประสบการณ์ดังกล่าว นำไปสู่การก่อตั้ง Tiara Beauty อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2563
Tiara Beauty วาง Positioning เป็นแบรนด์ที่เจาะกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน หรือกลุ่มที่กำลังสร้างตัว โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ใช้เวลาน้อย ติดทน และไม่ต้องอาศัยทักษะการแต่งหน้าสูง แนวคิดหลักของแบรนด์จึงอยู่ที่ การลดขั้นตอนการแต่งหน้าผลลัพธ์ที่ดูสุภาพ เหมาะกับการทำงาน และความทนทานต่อการใช้งานตลอดวัน ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มทำงานที่ต้องการ “ความเรียบง่ายแต่ดูเป็นมืออาชีพ”
ในช่วงเริ่มต้น Tiara Beauty เปิดตัวสินค้าด้วยลิปสติก 6 เฉดสี ก่อนขยายสู่กลุ่ม Base Makeup เช่น รองพื้นและแป้ง เพื่อสร้างภาพจำของแบรนด์ในหมวดเมคอัพพื้นฐาน
อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2565 หลังการเปิดตัว Slim Me Brow Pencil และ Fix Me Brow Mascara ซึ่งทำให้แบรนด์เริ่มมีความชัดเจนในหมวด “คิ้ว” และกลายเป็นสินค้าหลักที่สร้างการจดจำ
จากนั้นในช่วงปี พ.ศ. 2566–2568 แบรนด์เดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้องพร้อมเข้าสู่ช่องทางค้าปลีก ผ่านร้าน EVEANDBOY จากเดิมที่ทำตลาดผ่านออนไลน์เป็นหลัก
ข้อมูลจาก สมาคมคลัสเตอร์แห่งเครื่องสำอางไทย ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2569 ตลาดความงามของไทยมีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะมีแรงกดดันจากกำลังซื้อ หนึ่งในเซกเมนต์ที่เติบโตสม่ำเสมอคือหมวด Brow & Eyes ซึ่งยังไม่ปรากฏผู้เล่นที่ครองตลาดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน ซึ่ง Tiara Beauty มองว่าเป็นช่องว่างของตลาด
นางสาว สุวพัชญ์ กล่าวต่อว่า ปี2569 มองว่าการแข่งขันในทุกหมวดพร้อมกันมีความเสี่ยงสูง แบรนด์จึงเลือกโฟกัสที่หมวดคิ้วเป็นหลัก เพื่อสร้างความแข็งแรงก่อนขยายตลาด โดยกลยุทธ์หลักประกอบด้วย
ด้านการตลาด แบรนด์เลือกใช้แนวทาง Reverse Funnel เริ่มจากผู้ใช้จริงหรือ KOC เพื่อสร้างรีวิวจากประสบการณ์จริง ก่อนขยายสู่ KOL และ Influencer รายใหญ่ในช่วงที่แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก
นอกจากนี้ยกระดับภาพลักษณ์ด้วย การคว้าตัว “ดิว อริสรา” มารับหน้าที่ TIARA Brow Icon เพื่อเปลี่ยนจากแบรนด์คุณภาพสู่แบรนด์ระดับไอคอน คุณดิวมีภาพจำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเรื่องคิ้วของเมืองไทย การร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นการทำ Authority Marketing ที่ช่วยโอนถ่าย DNA ความมั่นใจและความเป็นมืออาชีพมาสู่แบรนด์อย่างชัดเจน ช่วยขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม Niche เข้าสู่กลุ่ม Mass-Aspiration ได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน Tiara Beauty มีพอร์ตสินค้าทั้งหมดประมาณ 20 SKU แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มลิปสติก, กลุ่มเมคอัพผิว เช่น แป้งพับ, กลุ่มคิ้วและดวงตา และกลุ่มสกินแคร์ทำความสะอาดผิว (Skin Cleansing)
ในเชิงโครงสร้างรายได้หมวดคิ้วและตาเป็นรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วนราว 90% ของรายได้รวม ขณะที่อีก 10% มาจากหมวดสินค้าอื่นๆ เช่น ลิปสติก เมคอัพผิว และสกินคลีนซิ่ง
สำหรับปี 2569 TIARA BEAUTY ตั้งเป้ายอดขายรวมที่ 150 ล้านบาท (เฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง) โดยมีแผนขยายไลน์สินค้ากลุ่มงานผิว ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพผิวคนไทยโดยเฉพาะ พร้อมวางหมุดหมายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้านงานคิ้วในใจผู้หญิงไทย
"เราเริ่มจากความเข้าใจว่าผู้หญิงยุคใหม่ต้องการความเป๊ะแต่ต้องง่าย โจทย์ของ TIARA คือการตัดปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวันออกไป เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้เขา เราเชื่อว่าแบรนด์ไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก หากเราเข้าใจผู้บริโภคและสร้างเอกลักษณ์ที่ลอกเลียนไม่ได้"
ส่วนข้อมูลรายได้ของ Tiara Beauty ในช่วงปี พ.ศ. 2563–2568 มีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปีแรกของการก่อตั้ง