thansettakij
ทำไม AI แย่งงานแม่บ้าน-พี่เลี้ยงไม่ได้ เจาะเหตุผลที่งานบริการค่าตัวพุ่ง

ทำไม AI แย่งงานแม่บ้าน-พี่เลี้ยงไม่ได้ เจาะเหตุผลที่งานบริการค่าตัวพุ่ง

31 ม.ค. 2569 | 06:28 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ม.ค. 2569 | 06:29 น.

ทำไมอาชีพสายบริการค่าตัวถึงพุ่ง? เมื่อเทคโนโลยีแทนที่สมองได้แต่แทนที่ 'ความใส่ใจ' ไม่ได้ เปิดโมเดล Ayasan ที่ปั้นงานบริการไทยสู่ตลาดโลก

KEY

POINTS

  • งานบริการที่ต้องใช้แรงงานและการปฏิสัมพันธ์โดยตรง เช่น แม่บ้าน พี่เลี้ยง และผู้ดูแลผู้สูงอายุ ไม่สามารถถูกทดแทนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ ทำให้คุณค่าของงานเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น
  • แพลตฟอร์มโฮมเซอร์วิส Ayasan เติบโตอย่างรวดเร็วจากการมุ่งเน้นตลาดแรงงานบริการที่ AI ทำแทนไม่ได้ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่ง
  • ตลาดโฮมเซอร์วิสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการทำความสะอาดและดูแลเด็ก ทำให้ความต้องการแรงงานสูงและส่งผลให้ค่าบริการเพิ่มขึ้น

ท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามาแทนที่งานออฟฟิศและงานใช้ความคิดจำนวนมาก บริษัทจำนวนไม่น้อยเร่งลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนแรงงาน แต่ Ayasan Holdings กลับเลือกเดินสวนกระแส ด้วยการโฟกัสไปยังงานที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้ งานบริการที่ต้องอาศัยมือมนุษย์และการปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับชีวิตประจำวัน

โคทาโร่ อิเสะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Ayasan Holdings กล่าวว่า “ในยุคที่ AI เข้ามาแทนที่งาน มูลค่าของบริการที่ต้องอาศัยมือมนุษย์กลับยิ่งโดดเด่นขึ้น”

Ayasan คือแพลตฟอร์มโฮมเซอร์วิสสไตล์ญี่ปุ่น ที่ให้บริการทำความสะอาดบ้าน พี่เลี้ยงเด็ก และการดูแลผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานทั้งหมดเป็นบริการที่ต้องใช้แรงงานมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของผู้คน

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตของยอดขายถึง 160% ปัจจุบันดำเนินธุรกิจใน 5 ประเทศ มีผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคน และมีแรงงานที่ลงทะเบียนในระบบกว่า 100,000 คน ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Ayasan กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโฮมเซอร์วิสที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่หลายอุตสาหกรรมกำลังเผชิญแรงกดดันจากระบบอัตโนมัติ และการลดบทบาทแรงงานมนุษย์ โดยเฉพาะงานไวท์คอลลาร์

ทำไม AI แย่งงานแม่บ้าน-พี่เลี้ยงไม่ได้ เจาะเหตุผลที่งานบริการค่าตัวพุ่ง

เริ่มจากไทย ไม่ใช่ญี่ปุ่น จุดตั้งต้นของ “แนวคิดตีกลับ”

แม้ผู้ก่อตั้งจะเป็นชาวญี่ปุ่น และเคยทำงานกับองค์กรระดับโลกอย่าง Disney และ Marriott International แต่อิเสะกลับเลือก ประเทศไทย เป็นฐานแรกของการก่อตั้ง Ayasan ในปี 2013

เหตุผลสำคัญคือประเทศไทยมีลักษณะเป็นเมืองนานาชาติ เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีความยืดหยุ่นต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพมากกว่าสังคมญี่ปุ่นที่มีโครงสร้างตลาดแรงงานตายตัว “ถ้าเริ่มจากญี่ปุ่น ธุรกิจนี้คงไม่สามารถขยายได้ในระดับนี้” 

กลยุทธ์ดังกล่าวพิสูจน์ตัวเองด้วยฐานลูกค้าองค์กรกว่า 1,000 ราย ครอบคลุมตั้งแต่ธนาคารกสิกรไทย ไปจนถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง FedEx, Canon, Coca-Cola และ lululemon ที่สำคัญคือ Ayasan มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงถึง 98% สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพและระบบการจัดการแรงงาน

ตลาดโฮมเซอร์วิส 2 แสนล้านดอลลาร์ กับเป้าหมาย “Grab แห่งวงการนี้”

Ayasan มองตลาดโฮมเซอร์วิสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุด มีมูลค่ารวมราว 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะบริการทำความสะอาดที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ขณะที่ตลาดพี่เลี้ยงเด็กมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 ล้านล้านบาท โดยเป้าหมายของบริษัทคือการเป็น “Grab แห่งวงการโฮมเซอร์วิส” ด้วยส่วนประกอบดังนี้

  • มาตรฐานการจัดการคุณภาพแบบญี่ปุ่น
  • เทคโนโลยี AI สำหรับการจับคู่แรงงานกับความต้องการของลูกค้า
  • เครือข่ายแรงงานขนาดใหญ่ทั่วภูมิภาค

ปัจจุบัน Ayasan มีพนักงานกว่า 500 คน และลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องผ่านทีมวิศวกร IT ภายในองค์กรตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา Ayasan เริ่มขยายบริการใหม่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยา เช่น พี่เลี้ยงเด็กระยะสั้นสำหรับนักท่องเที่ยว และบริการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 200% ต่อเดือน

ขณะเดียวกัน แบรนด์ “Ayasan Cares” ที่มุ่งเจาะตลาดผู้สูงอายุในเอเชีย ก็เติบโตขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดรับกับโครงสร้างประชากรของหลายประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว

ทำไม AI แย่งงานแม่บ้าน-พี่เลี้ยงไม่ได้ เจาะเหตุผลที่งานบริการค่าตัวพุ่ง

จากแพลตฟอร์มท้องถิ่น สู่แรงงานข้ามพรมแดน

อีกหนึ่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ Ayasan คือการขยับจากแพลตฟอร์มบริการในประเทศ สู่การเป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนแรงงานข้ามพรมแดน บริษัทมีแผนเชื่อมโยงแรงงานไทยกับนายจ้างในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น พร้อมบริการสนับสนุนด้านอาชีพอย่างเป็นระบบ

“ในอนาคต เอเชียจะรวมตัวกันเป็นตลาดแรงงานเดียว” การเคลื่อนย้ายแรงงานจะกลายเป็นเรื่องปกติ และแพลตฟอร์มที่สามารถดูแลแรงงานได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางจะมีบทบาทสำคัญ ซึ่งการเติบโตของแรงงานบลูคอลลาร์ไม่ใช่เรื่องถอยหลัง แต่คือการตั้งคำถามใหม่ว่างาน และ คุณค่าของมนุษย์คืออะไร ในยุคที่เครื่องจักรทำงานแทนสมองได้มากขึ้น

ในยุค AI งานบลูคอลลาร์อาจกลายเป็นงานสุดท้ายของมนุษย์ Ayasan ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแพลตฟอร์มหางาน แต่ต้องการเป็นระบบสนับสนุนอาชีพระยะยาว และยกระดับศักดิ์ศรีของแรงงานบริกานและ ในปี 2026 Ayasan เตรียมขยายธุรกิจสู่ 9 ประเทศ 13 สาขา ท่ามกลางการจับตามองของอุตสาหกรรมแรงงานและเทคโนโลยี ว่า “กลยุทธ์ตีกลับ” ที่เลือกมนุษย์แทน AI จะสามารถปฏิวัติตลาดแรงงานเอเชียได้ไกลเพียงใด