

KEY
POINTS
ท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามาแทนที่งานออฟฟิศและงานใช้ความคิดจำนวนมาก บริษัทจำนวนไม่น้อยเร่งลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนแรงงาน แต่ Ayasan Holdings กลับเลือกเดินสวนกระแส ด้วยการโฟกัสไปยังงานที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้ งานบริการที่ต้องอาศัยมือมนุษย์และการปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับชีวิตประจำวัน
โคทาโร่ อิเสะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Ayasan Holdings กล่าวว่า “ในยุคที่ AI เข้ามาแทนที่งาน มูลค่าของบริการที่ต้องอาศัยมือมนุษย์กลับยิ่งโดดเด่นขึ้น”
Ayasan คือแพลตฟอร์มโฮมเซอร์วิสสไตล์ญี่ปุ่น ที่ให้บริการทำความสะอาดบ้าน พี่เลี้ยงเด็ก และการดูแลผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานทั้งหมดเป็นบริการที่ต้องใช้แรงงานมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของผู้คน
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตของยอดขายถึง 160% ปัจจุบันดำเนินธุรกิจใน 5 ประเทศ มีผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคน และมีแรงงานที่ลงทะเบียนในระบบกว่า 100,000 คน ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Ayasan กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโฮมเซอร์วิสที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่หลายอุตสาหกรรมกำลังเผชิญแรงกดดันจากระบบอัตโนมัติ และการลดบทบาทแรงงานมนุษย์ โดยเฉพาะงานไวท์คอลลาร์
แม้ผู้ก่อตั้งจะเป็นชาวญี่ปุ่น และเคยทำงานกับองค์กรระดับโลกอย่าง Disney และ Marriott International แต่อิเสะกลับเลือก ประเทศไทย เป็นฐานแรกของการก่อตั้ง Ayasan ในปี 2013
เหตุผลสำคัญคือประเทศไทยมีลักษณะเป็นเมืองนานาชาติ เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีความยืดหยุ่นต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพมากกว่าสังคมญี่ปุ่นที่มีโครงสร้างตลาดแรงงานตายตัว “ถ้าเริ่มจากญี่ปุ่น ธุรกิจนี้คงไม่สามารถขยายได้ในระดับนี้”
กลยุทธ์ดังกล่าวพิสูจน์ตัวเองด้วยฐานลูกค้าองค์กรกว่า 1,000 ราย ครอบคลุมตั้งแต่ธนาคารกสิกรไทย ไปจนถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง FedEx, Canon, Coca-Cola และ lululemon ที่สำคัญคือ Ayasan มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงถึง 98% สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพและระบบการจัดการแรงงาน
Ayasan มองตลาดโฮมเซอร์วิสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุด มีมูลค่ารวมราว 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะบริการทำความสะอาดที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ขณะที่ตลาดพี่เลี้ยงเด็กมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 ล้านล้านบาท โดยเป้าหมายของบริษัทคือการเป็น “Grab แห่งวงการโฮมเซอร์วิส” ด้วยส่วนประกอบดังนี้
ปัจจุบัน Ayasan มีพนักงานกว่า 500 คน และลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องผ่านทีมวิศวกร IT ภายในองค์กรตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา Ayasan เริ่มขยายบริการใหม่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยา เช่น พี่เลี้ยงเด็กระยะสั้นสำหรับนักท่องเที่ยว และบริการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 200% ต่อเดือน
ขณะเดียวกัน แบรนด์ “Ayasan Cares” ที่มุ่งเจาะตลาดผู้สูงอายุในเอเชีย ก็เติบโตขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดรับกับโครงสร้างประชากรของหลายประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ Ayasan คือการขยับจากแพลตฟอร์มบริการในประเทศ สู่การเป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนแรงงานข้ามพรมแดน บริษัทมีแผนเชื่อมโยงแรงงานไทยกับนายจ้างในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น พร้อมบริการสนับสนุนด้านอาชีพอย่างเป็นระบบ
“ในอนาคต เอเชียจะรวมตัวกันเป็นตลาดแรงงานเดียว” การเคลื่อนย้ายแรงงานจะกลายเป็นเรื่องปกติ และแพลตฟอร์มที่สามารถดูแลแรงงานได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางจะมีบทบาทสำคัญ ซึ่งการเติบโตของแรงงานบลูคอลลาร์ไม่ใช่เรื่องถอยหลัง แต่คือการตั้งคำถามใหม่ว่างาน และ คุณค่าของมนุษย์คืออะไร ในยุคที่เครื่องจักรทำงานแทนสมองได้มากขึ้น
ในยุค AI งานบลูคอลลาร์อาจกลายเป็นงานสุดท้ายของมนุษย์ Ayasan ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแพลตฟอร์มหางาน แต่ต้องการเป็นระบบสนับสนุนอาชีพระยะยาว และยกระดับศักดิ์ศรีของแรงงานบริกานและ ในปี 2026 Ayasan เตรียมขยายธุรกิจสู่ 9 ประเทศ 13 สาขา ท่ามกลางการจับตามองของอุตสาหกรรมแรงงานและเทคโนโลยี ว่า “กลยุทธ์ตีกลับ” ที่เลือกมนุษย์แทน AI จะสามารถปฏิวัติตลาดแรงงานเอเชียได้ไกลเพียงใด