
ด่วน มติครม. เห็นชอบผลการคัดเลือก BEM ชนะการประมูล "รถไฟฟ้าสายสีส้ม"
ด่วน มติครม.ล่าสุดวันนี้ 16 ก.ค.67 เห็นชอบผลการคัดเลือก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ชนะการประมูล "รถไฟฟ้าสายสีส้ม" วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท พร้อมกับเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบผลการพิจารณาผลการคัดเลือกเอกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท ที่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นผู้ชนะการประมูล
สำหรับผลการพิจารณาผลการคัดเลือกเอกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน ที่เสนอมาครั้งนี้ ได้ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด และปัจจุบันศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำพิพากษาจนได้ข้อยุติทุกคดีแล้ว
ทั้งนี้ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เป็นผู้แถลงชี้แจงต่อไป
จากนั้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบผลการประมูลซึ่งมีบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) เป็นผู้ชนะโครงการขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนัดหมายเอกชนลงนามในสัญญา ซึ่งคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งหลังจากลงนามแล้วบีอีเอ็มจะเริ่มต้นก่อสร้างได้ทันที
ทั้งนี้ ตามที่มีรายงานระบุว่า รถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี จะก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเดินรถในปี 2571 ส่วนฝั่งตะวันตกช่วงวัฒนธรรม-บางขุนนนท์ จะเปิดบริการปี 2573
เมื่อถามว่าจะบรรจุนโยบาย 20 บาทตลาดสายลงไปในสายสีส้มหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ในวันนี้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำโครงการนี้เข้าไปอยู่ในนโยบาย 20บาทตลอดสายอยู่แล้ว โดยได้เรียนในที่ประชุมครม.ว่า กระทรวงคมนาคมกำลังผลักดันกฎหมายพรบ.ตั๋วร่วม ซึ่งบรรจุนโยบาย 20 บาทอยู่ในพรบ.ตั๋วร่วม เมื่อถามว่า คดีความที่ค้างอยู่ในศาลไม่มีแล้วใช่หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ไม่มี
นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 1.4 แสนล้านบาทแล้ว และจากนี้จะเดินตามขั้นตอนการลงนามในสัญญาต่อไป
ทั้งนี้ยอมรับว่า ที่ผ่านมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ได้มีความคืบหน้ามาตามกระบวนการ และหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องทุกคดีแล้ว ก็ได้นำมาเสนอเข้าครม.เห็นชอบ โดยหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้ทำความเห็นเสนอเข้ามาประกอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนระยะเวลาของการเปิดให้บริการนั้น นายสุรพงษ์ ยอมรับว่า น่าจะมีการแบ่งการเดินรถเป็นช่วง ๆ ก่อน โดยปัจจุบันมีช่วงของศูนย์วัฒนธรรมฯ - มีนบุรี ที่งานโยธาสร้างเสร็จแล้ว กระทรวงคมนาคม จะพยายามเร่งรัดการเดินรถในส่วนนี้ก่อน แต่คงต้องไปหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนคาดว่าใน 2 สัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุป
อย่างไรก็ตามในเรื่องของงานก่อสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – บางขุนนนท์ นั้น กระทรวงคมนาคม เห็นว่าปัจจุบันมีความพร้อมเรื่องการส่งมอบพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินได้มีข้อสรุปทั้งหมดแล้ว และเป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดนั้น ที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีความเห็นว่า ครม. ไม่ควรพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุน เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี นั้น รมช.คมนาคม ยืนยันว่า ครม.ได้มีมติรับทราบร่างสัญญาร่วมลงทุนแล้ว โดยเห็นว่าเป็นการลงทุนในลักษณะ PPP






