
ตลาดสีทาบ้านคึกคัก ‘นิปปอนเพนต์’ จับมือ 6 ยักษ์โมเดิร์นเทรดรุกหนัก
อุตสาหกรรมสีทาบ้านคึกคัก ‘นิปปอนเพนต์’ ผนึกกำลัง 6 พันธมิตรโมเดิร์นเทรดชั้นนำ เปิดตัวโปรแกรม NIPPON PAINT WORRY FREE ชูแนวคิดยกระดับมาตรฐานการบริการดูแลคุณภาพฟิล์มสีหลังการขาย
KEY
POINTS
- นิปปอนเพนต์จับมือ 6 พันธมิตรโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ ได้แก่ ไทวัสดุ, โฮมโปร, เมกาโฮม, โกลบอลเฮ้าส์, ดูโฮม และฮาร์ดแวร์เฮาส์
- เปิดตัวโปรแกรม “NIPPON PAINT WORRY FREE” เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าและสร้างความมั่นใจหลังการขาย
- มอบการรับประกันคุณภาพฟิล์มสีนาน 1 ปี หากพบปัญหาภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด บริษัทจะมอบผลิตภัณฑ์สีทดแทนให้
บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ยักษ์อุตสาหกรรมสีทาบ้านจากญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับพันธมิตรโมเดิร์นเทรดชั้นนำ 6 ราย ได้แก่ ไทวัสดุ โฮมโปร เมกาโฮม โกลบอลเฮ้าส์ ดูโฮม และฮาร์ดแวร์เฮาส์ ยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าผ่านการเปิดตัวโปรแกรม NIPPON PAINT WORRY FREE
นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าการเปิดตัวโปรแกรม “NIPPON PAINT WORRY FREE จบงานสี อย่างมั่นใจ” นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรมสีในประเทศไทย
โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตสีรายใหญ่และช่องทางจำหน่ายโมเดิร์นเทรดระดับประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการรับประกันและดูแลคุณภาพฟิล์มสีหลังการขาย ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ผู้รับเหมา ช่างสี ไปจนถึงเจ้าของบ้านทั่วไป โดยเน้นการดูแลอย่างต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไปจนถึงระยะเวลาหลังการใช้งานจริง
ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
“การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันพบว่า ความต้องการของตลาดไม่ได้หยุดอยู่แค่การได้ครอบครองผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังคาดหวังความอุ่นใจและความมั่นใจตลอดระยะเวลาการใช้งานจริง
นิปปอนเพนต์จึงมองว่าประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าไม่ควรยุติลงเมื่อขั้นตอนการซื้อขายเสร็จสิ้นลงที่หน้าเคาน์เตอร์ แต่ต้องครอบคลุมต่อเนื่องไปตลอดอายุการใช้งานของสีทาบ้าน การพัฒนาโปรแกรม NIPPON PAINT WORRY FREE จึงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด Consumer Centricity หรือการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการและแสดงถึงความรับผิดชอบของแบรนด์ที่มีต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์”
สำหรับพันธมิตร 6 โมเดิร์นเทรด ประกอบไปด้วย ไทวัสดุ, โฮมโปร, เมกาโฮม, โกลบอลเฮ้าส์, ดูโฮม และฮาร์ดแวร์เฮาส์ ซึ่งภารกิจหลักของช่องทางจำหน่ายคือการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม
สร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคให้สมบูรณ์
“ความร่วมมือกับนิปปอนเพนต์ในครั้งนี้ช่วยเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ของผู้บริโภคให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตั้งแต่กระบวนการตัดสินใจเลือกซื้อ ณ จุดขาย ไปจนถึงการบริการหลังการขายแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยลดความกังวลเรื่องคุณภาพสี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังถือเป็นเจตนารมณ์ร่วมกันในการช่วยยกระดับมาตรฐานโดยรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย”
สำหรับโปรแกรม NIPPON PAINT WORRY FREE จบงานสี อย่างมั่นใจ ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงบริการ โดยกำหนดให้ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการจากตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทรับรอง ซึ่งครอบคลุมทั้งห้างโมเดิร์นเทรดชั้นนำและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
เงื่อนไขทางเทคนิคและการรับสิทธิ์ระบุไว้ว่า ผู้เข้าร่วมโปรแกรมสามารถเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์สีทับหน้า 1 รุ่นใดก็ได้ ควบคู่กับ ผลิตภัณฑ์สีรองพื้น 1 รุ่นใดก็ได้ จากรายการที่บริษัทกำหนด โดยจะต้องนำไปใช้งานตามระบบสีและวิธีการทาที่ถูกต้องตามมาตรฐานของบริษัท
หากลูกค้าดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องและลงทะเบียนครบถ้วน แล้วพบปัญหาฟิล์มสีเกิดความผิดปกติจนไม่สามารถปกปิดพื้นผิวได้ภายใต้การใช้งานตามปกติ ภายในระยะเวลา 1 ปี บริษัท นิปปอนเพนต์ จะมอบผลิตภัณฑ์สีทดแทนให้ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด
กระนั้น การชดเชยภายใต้โปรแกรมดังกล่าวมีข้อกำหนดและขอบเขตที่ชัดเจน โดยการมอบผลิตภัณฑ์สีทดแทนจะจำกัดเฉพาะมูลค่าของผลิตภัณฑ์สีเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าแรงในการทาซ้ำ ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโครงสร้าง หรือค่าเสียหายต่อเนื่องอื่นใด ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมายและข้อกำหนดของโปรแกรมในระยะเวลา 1 ปี
“ภาพรวมความร่วมมือในครั้งนี้ว่า การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้จากการดำเนินงานของผู้ผลิตเพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในเครือข่ายอุตสาหกรรมสี การจับมือกับพันธมิตรโมเดิร์นเทรดชั้นนำทั้ง 6 รายในครั้งนี้
จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้บริโภคทั้งในมิติของผลิตภัณฑ์คุณภาพและการบริการหลังการขายที่จับต้องได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ลดความกังวลใจในการใช้งาน และยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อไปจนถึงหลังการใช้งานอย่างแท้จริง” นายวัชระ กล่าว







