
อัคราผนึกไอเซส่ง‘โมริทามะ’ไข่ดิบกินได้ ตั้งเป้าโต 10% ก่อนสยายปีกลุยอาเซียน
อัครา กรุ๊ป จับมือไอเซเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่โมริทามะไข่ไก่ดิบกินได้ ตั้งเป้าสิ้นปีโต 10% เชื่อธุรกิจไข่ในประเทศเติบโตดี ด้านไอเซเตรียมขยายตลาดในอาเซียนเพิ่ม
นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองประธาน บริษัท อัครา-ไอเซ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในพาร์ตเนอร์คู่ค้าทางธุรกิจกับไอเซ ผู้นำเทคโนโลยีการผลิตไข่ไก่จากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากไอเซถือเป็นผู้นำด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตไข่ไก่ให้มีมูลค่าเพิ่ม ให้บริการด้านอุปกรณ์เครื่องสำหรับผลิตไข่ไก่ รวมถึงให้บริการและให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ปัจจุบันผลิตไข่ไก่สู่ตลาดโลกกว่า 20 ล้านฟองต่อวัน
“มั่นใจว่าไข่ไก่โมริทามะจะตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบสินค้าจากญี่ปุ่นและใส่ใจสุขภาพ เพราะไข่ไก่ในช่วงที่ผ่านมาโมริทามะได้ผ่านกระบวนการผลิตภายใต้เทคโนโลยีสะอาดและปราศจากเชื้อโรค อุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมมีผิวเรียบนวล เหมาะแก่การปรุงอาหารทุกรูปแบบ หรือสามารถทานดิบได้ พร้อมทั้งบริษัทจะจำหน่ายในราคาที่คนไทยจับต้องได้ โดยไข่ไก่ โมริทามะ จะมีอายุในตู้แช่เย็นราว 14 วัน เพื่อการันตีถึงคุณภาพความสด กินดิบได้ จะจำหน่ายแบบแพ็ก 6 ฟอง และ 10 ฟอง
ทั้งนี้การทำตลาดช่วงแรกจะเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจในตัวสินค้าก่อน พร้อมเสริมในส่วนของกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ทั้ง Above the line และ Below the line ผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงส่งเสริมภาครัฐที่รณรงค์ให้คนไทยทานไข่เพิ่มขึ้นเป็น 300 ฟองต่อคนต่อปีจากเดิม 200 ฟองต่อคนต่อปี ขณะเดียวกันปีนี้ตั้งเป้ามีรายได้เติบโตกว่า 10% โดยจะเน้นสินค้าไข่ไก่สไตล์เจแปนนีส นอกจาก โมริทามะ จะมี โมริโนะทามะ ตามมาเพิ่มและ ไอเซโนะทามะออกมาทำตลาดอีก
ขณะนี้บริษัทมองภาพรวมการเติบโตของตลาดไข่ไก่ในประเทศถือว่าเติบโตได้ดี โดยธุรกิจไข่ไก่ของประเทศไทยจะผลิตเพื่อรองรับการบริโภคในประเทศเป็นหลัก
ด้านนายฮิโกะโนบุ อิเสะ ประธาน บริษัท อิเสะ ฟู้ดส์ อิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันไอเซ กรุ๊ป เป็นผู้นำด้านการผลิตไข่ไก่สู่ตลาดโลกมากที่สุด กว่า 20 ล้านฟองต่อวัน และมีการเข้าไปทำตลาดในประเทศต่างๆ โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำในอเมริกาและจีน ล่าสุดบริษัทมีแผนขยายตลาดในอาเซียน เบื้องต้นได้จับมือ 4 ประเทศคู่ค้าธุรกิจที่ให้ความสนใจ ได้แก่ ไทย เวียดนามอินโดนีเซีย และบังกลาเทศ ซึ่งแต่ละประเทศทางไอเซมีการศึกษามาแล้วว่ามีอัตราการเจริญเติบโตและแนวโน้มในการบริโภคไข่ไก่ภายในประเทศในระดับสูง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองประธาน บริษัท อัครา-ไอเซ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในพาร์ตเนอร์คู่ค้าทางธุรกิจกับไอเซ ผู้นำเทคโนโลยีการผลิตไข่ไก่จากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากไอเซถือเป็นผู้นำด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตไข่ไก่ให้มีมูลค่าเพิ่ม ให้บริการด้านอุปกรณ์เครื่องสำหรับผลิตไข่ไก่ รวมถึงให้บริการและให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ปัจจุบันผลิตไข่ไก่สู่ตลาดโลกกว่า 20 ล้านฟองต่อวัน
“มั่นใจว่าไข่ไก่โมริทามะจะตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบสินค้าจากญี่ปุ่นและใส่ใจสุขภาพ เพราะไข่ไก่ในช่วงที่ผ่านมาโมริทามะได้ผ่านกระบวนการผลิตภายใต้เทคโนโลยีสะอาดและปราศจากเชื้อโรค อุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมมีผิวเรียบนวล เหมาะแก่การปรุงอาหารทุกรูปแบบ หรือสามารถทานดิบได้ พร้อมทั้งบริษัทจะจำหน่ายในราคาที่คนไทยจับต้องได้ โดยไข่ไก่ โมริทามะ จะมีอายุในตู้แช่เย็นราว 14 วัน เพื่อการันตีถึงคุณภาพความสด กินดิบได้ จะจำหน่ายแบบแพ็ก 6 ฟอง และ 10 ฟอง
ทั้งนี้การทำตลาดช่วงแรกจะเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจในตัวสินค้าก่อน พร้อมเสริมในส่วนของกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ทั้ง Above the line และ Below the line ผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงส่งเสริมภาครัฐที่รณรงค์ให้คนไทยทานไข่เพิ่มขึ้นเป็น 300 ฟองต่อคนต่อปีจากเดิม 200 ฟองต่อคนต่อปี ขณะเดียวกันปีนี้ตั้งเป้ามีรายได้เติบโตกว่า 10% โดยจะเน้นสินค้าไข่ไก่สไตล์เจแปนนีส นอกจาก โมริทามะ จะมี โมริโนะทามะ ตามมาเพิ่มและ ไอเซโนะทามะออกมาทำตลาดอีก
ขณะนี้บริษัทมองภาพรวมการเติบโตของตลาดไข่ไก่ในประเทศถือว่าเติบโตได้ดี โดยธุรกิจไข่ไก่ของประเทศไทยจะผลิตเพื่อรองรับการบริโภคในประเทศเป็นหลัก
ด้านนายฮิโกะโนบุ อิเสะ ประธาน บริษัท อิเสะ ฟู้ดส์ อิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันไอเซ กรุ๊ป เป็นผู้นำด้านการผลิตไข่ไก่สู่ตลาดโลกมากที่สุด กว่า 20 ล้านฟองต่อวัน และมีการเข้าไปทำตลาดในประเทศต่างๆ โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำในอเมริกาและจีน ล่าสุดบริษัทมีแผนขยายตลาดในอาเซียน เบื้องต้นได้จับมือ 4 ประเทศคู่ค้าธุรกิจที่ให้ความสนใจ ได้แก่ ไทย เวียดนามอินโดนีเซีย และบังกลาเทศ ซึ่งแต่ละประเทศทางไอเซมีการศึกษามาแล้วว่ามีอัตราการเจริญเติบโตและแนวโน้มในการบริโภคไข่ไก่ภายในประเทศในระดับสูง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559






