thansettakij
thansettakij
เบทาโกรปรับโครงสร้างองค์กร ลงทุนระบบ ERP เต็มรูปแบบ

เบทาโกรปรับโครงสร้างองค์กร ลงทุนระบบ ERP เต็มรูปแบบ

25 พ.ค. 59 | 11:06 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 59 | 18:06 น.
IMG_9366[1] เบทาโกร แถลงผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2559 เป็นไปตามเป้าชูกลยุทธ์ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุ ขภาพ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กั บธุรกิจ ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ลงทุนระบบ ERP เต็มรูปแบบ และสร้างศูนย์นวัตกรรมอาหารอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ณรงค์ชัย ศรีสันติแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิ จอาหาร เครือเบทาโกร เปิดเผยเปิดเผยในงาน THAIFEX 2016 งานแสดงสินค้าอาหารครั้งใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค.59 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานีว่าว่า ในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2559 เครือเบทาโกร มีรายได้รวม 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเกษตรอุ ตสาหกรรม 8,000 ล้านบาท และรายได้ในธุรกิจอาหาร 17,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกั นของปีที่แล้ว โดยมีเป้ายอดขายรวมในปี 2559 อยู่ที่ 100,000  ล้านบาท

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิ จอาหารของเบทาโกรในปี 2559 นี้ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุ ขภาพ และตอบสนองคนรุ่นใหม่ที่ต้ องการความสะดวกสบาย แต่ยังให้ความใส่ใจเรื่องคุ ณภาพและความปลอดภัยของอาหาร รวมทั้งรสชาติความอร่อย พร้อมทั้งการขยายช่องทางการจั ดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึ งผลิตภัณฑ์คุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ ้น โดยในปีนี้ แบรนด์ BETAGRO จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินค้ าไส้กรอกไขมันต่ำ (BETAGRO Low Fat Sausage) ให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันมีการพัฒนาผลิตภั ณฑ์เพื่อสุขภาพ ในกลุ่ม Reduce, Plus, Free เตรียมจำหน่ายอีกมากกว่า 10รายการ และพัฒนาสินค้าพร้อมปรุง พร้อมรับประทาน (Ready to Cook / Ready to Eat) อีกมากกว่า 100 รายการ ด้านการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่าย มุ่งขยายแผงอนามัยเนื้อหมู   เนื้อไก่ให้ครอบคลุมทั่ วประเทศ และเพิ่มการกระจายสินค้าให้ ครอบคลุมทุกช่องทางทั้งในกลุ่ม Modern Trade กลุ่ม Food Service (HORECA) และ Traditional Trade

ด้าน แบรนด์ S-Pure มีการขยายช่องทางนำร่องอาหารสุ ขภาพสู่โรงพยาบาล โดยเริ่มแห่งแรกที่ ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลรพ.สมิติเวช สุขุมวิท เริ่มขยายการขายสินค้า S-Pure ไปยังภูมิภาค ทั้งในกลุ่ม Food Service เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ในเมืองใหญ่ๆ อาทิ สมุย หาดใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ปากช่อง เป็นต้น รวมถึงการขายในร้านเบทาโกร ช็อป ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

ด้านตลาดส่งออก เพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า Own Brand ทั้ง S-Pure และ BETAGRO ให้มากขึ้นในช่องทางขายส่งและค้ าปลีก และนำทั้งสองแบรนด์เข้าร่ วมงานแสดงสินค้าที่สำคัญในประเทศต่างๆ

ดร.ณรงค์ชัย กล่าวสรุปว่า เพื่อให้แผนการดำเนินงานเป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามเป้าหมายขององค์กรที่ตั้งไว้ เครือเบทาโกรได้มีการปรับเปลี่ ยนและพัฒนาครั้งสำคัญ โดยปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม (Agro Business) และกลุ่มธุรกิจอาหาร (Food Business) 2 กลุ่มใหญ่ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็ นไปในทิศทางเดียวกันอย่างชั ดเจนมากยิ่งขึ้น และได้ลงทุนในระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนิ นงานและเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ ขององค์กรเข้าด้วยกัน  ซึ่งช่วยเพิ่มขี ดความสามารถในการแข่งขันให้กับเบทาโกร นอกจากนี้ ยังก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหาร (Food Innovation center) เพื่อเป็นศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งในส่วนของตัวสินค้าใหม่ และบรรจุภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ให้ตรงกับความต้ องการของตลาดและผู้บริโภคมากขึ้ น รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ การให้ข้อมูลเชิงเทคนิค ตลอดจนการแก้ไขปัญหา ให้กับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอาหารอีกด้วย