thansettakij
thansettakij
แนะแบรนด์ "ปรับตัว" ช่วยเหลือผู้บริโภค-ลดหรือคงค่าใช้จ่ายในสภาวะคับขัน

แนะแบรนด์ "ปรับตัว" ช่วยเหลือผู้บริโภค-ลดหรือคงค่าใช้จ่ายในสภาวะคับขัน

17 ต.ค. 65 | 10:38 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ต.ค. 65 | 11:42 น.

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย)  เผยผลสำรวจ แนะแบรนด์ควรมี Tricks ให้ผู้บริโภคในยามคับขัน

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) หรือ Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN (THAILAND) เผยผลสำรวจประจำเดือนตุลาคม 2565 เรื่องพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการใช้จ่ายยังทรงตัว จากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่ต้องเจอกับค่าครองชีพที่พุ่งสูง บวกกับมีแนวโน้มรายจ่ายที่มากขึ้น ซึ่งสวนทางกับรายได้ที่ยังคงเท่าเดิม 

แนะแบรนด์ "ปรับตัว" ช่วยเหลือผู้บริโภค-ลดหรือคงค่าใช้จ่ายในสภาวะคับขัน

โดยมี คุณพร้อมพร สุภัทรวณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านวิจัยการตลาดและกลยุทธ์ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด ฮาเซียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังจากที่ประเทศไทยประสบปัญหาซบเซาทางเศรษฐกิจเพราะพิษโควิด แต่ตอนนี้เริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้นจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจับจ่ายใช้สอย ทำให้คนในประเทศมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติ 

รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องอนาคตของตนเองและครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงในครอบครัว คนในสังคมเริ่มหันมามุ่งมั่นและตั้งใจในการพัฒนาตนเอง โดยถือคติที่ว่า “ความรู้คือจุดเริ่มต้นของความก้าวหน้า” ซึ่งเน้นเรื่องการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และความมั่งคั่งในอนาคตระยะยาว 

แนะแบรนด์ "ปรับตัว" ช่วยเหลือผู้บริโภค-ลดหรือคงค่าใช้จ่ายในสภาวะคับขัน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ว่าความมั่งคั่งของคนไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควรระวัง คนส่วนใหญ่จึงมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง โดยเริ่มจากการเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัวในระยะยาว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

เมื่อเทียบผลสำรวจกับเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเรื่องความสุขในภาพรวมของคนไทย ปรากฏว่า คนไทยมีเกณฑ์ความสุขลดลง โดยถ้าหากแยกตามเพศจะเห็นว่า ในจำนวน 100 คนของทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผู้ชายมีเกณฑ์มีความสุขเพิ่มขึ้น +2 ในขณะที่ผู้หญิงมีเกณฑ์ที่ความสุขจะลดลง -3

 

เพราะผู้หญิงมองว่าตนเองมีภาระหน้าที่ทั้งงานในบ้านและงานนอกบ้าน รวมถึงต้องดูแลลูกในช่วงปิดเทอม จึงทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อนมากพอ ซึ่งนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้แนวโน้มของความสุขโดยรวมลดลง 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ในภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่งสูง อาหารและของใช้มีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกท้อแท้และหดหู่ แต่ยังมีสัญญาณตอบรับไปในทางที่ดี ที่คนไทยยังคงพร้อมปรับตัวสู้ในทุกสถานการณ์ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) จึงเสนอแนะว่า แบรนด์ต่าง ๆ ควรร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและเข้ามามีบทบาทในช่วงเวลาดังกล่าว

แนะแบรนด์ "ปรับตัว" ช่วยเหลือผู้บริโภค-ลดหรือคงค่าใช้จ่ายในสภาวะคับขัน

คุณชุติมา วิริยะมหากุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) เสนอแนวทางให้แบรนด์ในการปรับตัวช่วยเหลือผู้บริโภคในการลดหรือคงค่าใช้จ่ายในสภาวะคับขัน 

  1. สิ่งที่แบรนด์สามารถทำได้ดีที่สุดตอนนี้ คือ การช่วยผู้บริโภคด้วยการแชร์เทคนิคต่าง ๆ เช่น การเก็บอาหารสดอย่างไรให้อยู่ได้นาน หรือวิธีการซื้อสินค้าอย่างไรให้คุ้มค่าคุ้มราคา เทคนิคการขับรถให้ประหยัดน้ำมัน ซื้อแต่ของที่จำเป็น เป็นต้น ทั้งนี้คนไทยมีแนวโน้มพร้อมปรับตัวสู้ทุกสถานการณ์สูง และยังพร้อมจับจ่ายในสิ่งที่ “ดีต่อใจ” เพื่อปลอบใจตัวเองจากปัญหารอบตัวที่ไม่สามารถควบคุมได้
  2. วันหยุดยาวและวันหยุดปิดเทอมของเด็ก ๆ ที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นวันธรรมดาที่แสนพิเศษ จะได้นอนตื่นสาย ออกไปเที่ยวเล่นกับครอบครัว ถือเป็นโอกาสที่ดี สำหรับแบรนด์ต่างๆ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความทรงจำที่ดีต่อเด็กและครอบครัว ผ่านการจัดกิจกรรมหรือแคมเปญง่าย ๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วมสานสัมพันธ์ในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้เสนอให้แบรนด์มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้บริโภคในภาวะคับขัน ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการนำไปปรับใช้ในรูปแบบของตนเองหรือนำไปต่อยอดโดยสามารถเพิ่มความคิดสร้างสรรค์เข้าไปให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

 

เพราะจุดแข็งของคนไทย คือ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีค่าเงินเฟ้อหรือค่าครองชีพสูงจนทำให้รู้สึกท้อและหดหู่ แต่คนไทยก็มีความพร้อมที่จะรับมือและปรับตัวกับสถานการณ์ที่ยากลำบากอยู่เสมอ