“ณุศาศิริ”ปรับโฉม “เลเจนด์ สยาม” สู่ “เมืองมหัศจรรย์กัญชาโลก”

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
01 มี.ค. 2565 เวลา 8:03 น. 778

หลังเกิดโควิด-19 จะเห็นว่าผู้คนใส่ใจด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งรัฐบาลได้ปลดล็อกกัญชง กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจด้วยแล้ว ทำให้ “ณุศาศิริ” ยิ่งมองเห็นโอกาสในการปรับโมเดลธุรกิจจากอสังหาริมทรัพย์ที่ทำอยู่ก้าวสู่การดำเนินธุรกิจภายใต้โมเดลใหม่

“ศิริญา เทพเจริญ” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เปิดใจกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ปัจจุบัน “ณุศาศิริ” มีเป้าหมายที่จะลดการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลง เน้นเปลี่ยนโหมด ณุศาศิริ ให้เป็นโฮลดิ้ง คอมพานี โดยจะค่อยๆทยอยขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่เดิมออกไป เพื่อหันมาโฟกัสการลงทุนใน 3 สาขา ได้แก่ ธุรกิจเวลเนส ธุรกิจด้านเกษตรกรรม และธุรกิจด้าน “เทค” เนื่องจากมองว่าธุรกิจอสังหาฯมีภาระหนี้เยอะ ขณะที่ธุรกิจด้านสุขภาพเป็นโอกาสทางธุรกิจที่มีการเติบโตสูง และยิ่งไทยปลดล็อกกัญชง กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจ ก็ทำให้เราหันมารุกธุรกิจด้านนี้เพิ่มขึ้น

 

ศิริญา เทพเจริญ

 

ปรับโฉมใหม่เลเจนด์ สยามพัทยา

 

การลงทุนในขณะนี้หลักๆจะโฟกัสใน 3 จังหวัด ที่ ณุศาศิริ มีโครงการอยู่ ได้แก่  “โครงการลงทุนที่พัทยา” ที่จะปรับโฉมพื้นที่ของ “เลเจนด์ สยาม พัทยา” ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านกัญชง  กัญชา ของโลก ซึ่งล่าสุด ณุศาศิริ ได้ขายโครงการ เลเจนด์ สยาม ให้กับ “ ณุศา-CSR” ซึ่งเป็นบริษัทที่ณุศาศิริ ถือหุ้นอยู่ 50% และเป็นบริษัทที่เราหุ้นกับกลุ่มทุนจีน คือ นายอุดม หวัง ซึ่งเป็นคนจีนสัญชาติลาว ทำธุรกิจด้านท่องเที่ยวในจีน ที่มีเครือข่ายบริษัททัวร์อยู่ทั่วโลก

 

เลเจนด์ สยาม

โดยขายออกไปด้วยมูลค่า 4,700 ล้านบาท แต่ด้วยเรามีภาระในมูลค่าบัญชี (Book Value) อยู่ 3,000 ล้านบาท จึงเหลืออยู่ที่ 1,700 ล้านบาท และในขณะนี้ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท ในการปรับโฉม เลเจนด์ สยาม พัทยา จากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้เป็น เมืองมหัศจรรย์กัญชา หรือ “ Miracle  Cannabis  Land” ที่เรามีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านกัญชง กัญชา ของโลก หรือ “ Cannabis Musem” ควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์วิจัยในการนำ “กัญชง กัญชา”เพื่อเป็นองค์ความรู้สู่การพัฒนาทุกรูปแบบ รวมทั้งจะเป็นศูนย์กลางในการติดต่อ-จำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาไทยสู่ตลาดโลก

 

เมืองมหัศจรรย์กัญชาโลก

 

ทั้งนี้บริษัทณุศา-CSR จะเน้นการดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เกษตรเพื่อสุขภาพ และธุรกิจด้านเฮลธ์และเวลเนส โดยการพัฒนา เลเจนด์ สยาม จะมีทั้งหมด 5 โซน ได้แก่ 

 

1.โซนที่เป็นพิพิธภัณฑ์กัญชง กัญชาแห่งแรกของประเทศไทย ที่จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ แปลงเพาะชำกัญชง กัญชง และจะเป็นที่ตั้งของสถาบันกัญชาศาสตร์ ตลอดจนเป็นแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับกัญชา 

 

2.โซน Cannabis Land ซึ่งจะเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชา สมุนไพร ของ Siam Bio Innovation  คลินิกกัญชาและแพทย์ทางเลือก สปาทำทรีตเม้นท์เกี่ยวกับกัญชา ซึ่งที่นี่เราเปิดให้บริการเป็นสหคลีนิกด้วย และยังมีการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากกัญชาด้วย  

 

3.โซนเรือนรักดอก เน้นกิจกรรมความเป็นไทย 

 

4.โซนปลูกกัญชง บนพื้นที่ 30 ไร่ 5.รีสอร์ตขนาด 50 วิลล่า  เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถมาพักได้ด้วย 

การปลูกกัญชาที่นี่เราเริ่มทยอยปลูกบ้างแล้ว ซึ่งเรามีออเดอร์ล็อตแรกจากโรงพยาบาลพานาซี ซึ่งเขาต้องการทั้งหมด 100 SKU  เพื่อทำอาหารเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ และเรื่องของบิวตี้ ทั้งยังมีออดอร์ จากประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาในล็อตต่อไปด้วย ซึ่งเราขอใบอนุญาตปลูกกัญชงในพื้นที่กว่า 60 ไร่ ในเชิงงานศึกษาวิจัย และอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตโรงสกัสสาร CBD สารสำคัญจากพืชกัญชงด้วย ทั้งเรายังได้จัดมือพันธมิตรอย่าง บริษัท Siam BioInnovation เพื่อพัฒนาแพทย์แผนไทยเพื่อยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน และเปิดให้วิสาหกิจชุมชนได้เข้ามาเรียนรู้ เพราะการปลูกกัญชาจริงๆไม่ใช่เรื่องง่าย เกษตรกรเสียหายถูกหลอกก็มาก

 

เมืองมหัศจรรย์กัญชาโลก

 

กลุ่มเป้าหมายในช่วงนี้จะเน้นที่นักท่องเที่ยวคนไทยเป็นหลักก่อน ซึ่งเรามีโปรโมชั่นราคา 2,900 บาทสามารถเข้าพัก รร.ดีวารี จอมเทียน ฟรี 1 ห้อง 2 ท่าน เข้าเลเจนด์สยาม ฟรี 2 ท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์กัญชา ฟรี 2 ท่าน และสามารถเข้า “รักดอก” ฟรี 2 ท่าน และมั่นใจว่าหากจีนเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศได้ เราก็จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาถือหุ้นใน ณุศา- CSR เพิ่มเติมจากกลุ่มคนทั่วโลกที่สนใจเข้ามาเรียนรู้เรื่องกัญชง กัญชาของที่นี่

 

เมืองมหัศจรรย์กัญชาโลก

ขยายลงทุนใหม่ภูเก็ต-เขาใหญ่

 

รวมไปถึงในส่วนของณุศาศิริเอง ก็อยู่ระหว่างพัฒนาการลงทุนรุก “ธุรกิจเวลเนส ที่จังหวัดภูเก็ต” โดยจะปรับ โรงแรมดีวารี ไม้ขาว ภูเก็ต เพื่อเน้นบริการเวลเนส  คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปลายปีหน้า

 

การลงทุนใหม่ของ "ณุศาศิริ"

นอกจากนี้เรายังโฟกัสขยายการลงทุนในส่วน “โครงการมายโอโซน เขาใหญ่” ในพื้นที่ 1,300 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเราเปิดให้บริการโรงแรมโมเวนพิค เขาใหญ่ ในเดือนหน้าจะเปิดอีก 1 โรงแรม คือ โรงแรมแอ็บโซลูท เขาใหญ่ และอยู่ระหว่างลงทุนโรงแรมหรูอีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเคมปินสกี้ เขาใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งโรงแรมและส่วนที่เป็นคอนโดมิเนียม เรสซิเด้นท์  และโรงแรมคิมป์ตัน เขาใหญ่ ขนาด 100 ห้อง  ซึ่งเป็นโรงแรมภายใต้การบริหารงานเชนของ IHG ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ปีหน้า ซึ่งรวมแล้วในมายโอโซน เขาใหญ่ จะมีทั้งหมด 4 โรงแรม และจะมีพื้นที่ปลูกกัญชาอีก 47 ไร่

 

“เราต้องการปักหมุด ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา ให้เป็นเดสติเนชั่นแห่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สำหรับในส่วนของพื้นที่ปลูกกัญชา ซึ่งเรามีอยู่ 2 พื้นที่ คือ ที่มายโอโซน เขาใหญ่ และ เลเจ้นท์ สยาม พัทยา เรามีกำลังการปลูกกัญชารวมกันได้ราว 4 แสนต้นต่อปี”

 

อีกทั้งณุศาศิริ กำลังพัฒนาความรู้และงานวิจัยในเรื่องกัญชง กัญชา เพื่อสุขภาพและการแพทย์ ผลักดัน พัฒนา และต่อยอดธุรกิจด้านสุขภาพและการแพทย์ ของเวิล์ดเมดิคอล (WMA) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการจัดจำหน่าย ในการรุกธุรกิจด้านสุขภาพและการแพทย์ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดแพลตฟอร์มเพื่อสุขภาพและการแพทย์ ภายใต้ชื่อ หมอฮัลโหล (Morhello) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการซื้อขาย ATK และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกด้วย

       

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,761 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม พ.ศ. 2565

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง