Nature ปรับกลยุทธ์รับโควิด ส่งสินค้ากระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดันยอดขาย 700 ล้าน

20 ต.ค. 2564 | 22:51 น.

เดอะ เนเชอร์ บาลานซ์ฯ ปรับกลยุทธ์รับโควิด-19 ล้อนซ์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มสร้างภูมิคุ้มกัน ชูสารสกัดกระชาย ดันยอดขายไตรมาส 3 พุ่งทะลุ 700 ล้าน

พ.ต.อ.ศตยุ ไชยสุวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ เนเชอร์ บาลานซ์ กรุ๊ป จำกัด   ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์เนเชอร์ “ Nature ” เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสที่ 3/2564 ที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19

 

โดยบริษัทพบว่าปัจจุบันผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องภูมิคุ้มกัน ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่มเสริมสร้างภูมิคุ้มกันมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทจึงได้ปรับแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่จากเดิมจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคอลลาเจน ( Nature Collagen ) ในช่วงไตรมาสที่ 3 เปลี่ยนมาเป็นเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

พ.ต.อ.ศตยุ ไชยสุวรรณ์

ได้แก่ KACHAY COMPLEX ( กระชาย คอมเพล็กซ์ ) ตราเนเชอร์ กระชาย  ( Nature Kachay ) ซึ่งทางบริษัทได้วิจัยและพัฒนาสูตรโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเน้นที่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก ตัวผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสารสกัดจากสมุนไพร วิตามินและแร่ธาตุ ทั้งหมด 9 ชนิด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาและราชินีแห่งสมุนไพรกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

 

เช่น กระชาย พลูคาว ขมิ้นชัน ขิง และมะขามป้อม เป็นต้น ภายหลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวสินค้าไปได้ 3 เดือน ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด ส่งผลให้บริษัทมีรายได้ 9 เดือนรวม 704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากปีก่อน โดยคาดว่าทั้งปีจะมีรายได้ราว 925 ล้านบาทตามเป้าหมายที่คาดไว้

 

ทั้งนี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินกลยุทธ์องค์กร (Corporate Strategy) ในการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พนักงาน คู่ค้าทางธุรกิจและสังคม เพราะเราเชื่อว่าองค์กรที่ยั่งยืนจะต้องส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับผู้อื่น บริษัทฯจึงมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ได้ทั้งคุณภาพ สุขภาพ และความปลอดภัย

Nature ปรับกลยุทธ์รับโควิด ส่งสินค้ากระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดันยอดขาย 700 ล้าน

ด้านนางสาว สุดาพร ไกรวาปี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด   บริษัท เดอะ เนเชอร์ บาลานซ์ กรุ๊ป จำกัด  กล่าวว่า บริษัทมีแผนปรับเพิ่มงบประมาณการตลาดตลอดปี จากเดิมที่ 10% หรือประมาณ 60 ล้านบาท เป็น 15% หรือประมาณ 90 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับส่งเสริมการตลาดใน 3 ส่วน ได้แก่ Branding,  Marketing และ Selling 

 

โดยส่วนที่ 1 การสร้างแบรนด์ ( Branding ) บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์ตราสินค้า “Nature” เป็นหลัก โดยเริ่มจากการสร้างการตระหนักรู้ของแบรนด์ ( Brand Awareness ) ด้วยการใช้ดารา นักแสดง และไมโครอินฟลูเอนเซอร์   เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำตราสินค้าและเปิดใจทดลองใช้สินค้าภายใต้แบรนด์เนเชอร์

 

เพิ่มความเข้าใจและการรับรู้ต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ( Perceived Quality ) เราต้องสร้างประสบการณ์ร่วมกันกับผู้บริโภคผ่านช่องทางต่างๆทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อความเชื่อมโยงของแบรนด์ ด้านความรู้สึก ทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ ( Brand Association ) ซึ่งก่อให้เกิดทัศนคติในเชิงบวกที่มีต่อแบรนด์ ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ความน่าเชื่อถือ นำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์ ( Brand loyalty )

Nature ปรับกลยุทธ์รับโควิด ส่งสินค้ากระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดันยอดขาย 700 ล้าน

ส่วนที่ 2 การตลาดเพื่อกระตุ้นการซื้อ บริษัทได้ผลิตคอนเทนท์เพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มสินค้าอย่างเฉพาะเจาะจง ผ่านแพลทฟอร์มโซเชียลมิเดียทั้ง YouTube , Facebook และ Line รวมทั้งการสร้าง Seeding ในเว็บบอร์ดต่างๆอีกด้วย 

 

ส่วนที่ 3 ช่องทางการจัดจำหน่าย ( Selling ) เรายังคงเน้นการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและ Market Place เป็นหลัก และในช่วงไตรมาสที่ 2/2564 ที่ผ่านมา บริษัทยังได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในส่วนของ TV Shopping อีกด้วย เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคที่อายุ 50-65 ปี ยังมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้อยู่จำนวนมาก ซึ่งยอดขายผ่านช่องทางนี้ปัจจุบันคิดเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งบริษัทซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มรายได้ผ่านช่องทางนี้เป็น 50% ภายในปี 2565